vigothailand,

vigo

,

วีโก้

,

วีโก้แชมป์

,

vigo champ

, toyota vigo,

วีโก้ตัวใหม่

, vigo แต่งสวย, วีโก้ไทยแลนด์, วีโก้แต่งสวย, vigo 4x4, โตโยต้าวีโก้, โตโยต้าชัวร์,

vigo 2012

, ของแต่งวีโก้

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


   



ลงชื่อร่วมกิจกรรมกับวีโก้ไทยแลนด์

กิจกรรมวีโก้ไทยแลนด์ที่ผ่านมา
23 ธันวาคม 2555 ทำบุญประจำปี 2555 ของเว็บ ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี ณ วัดดงละคร (วัดป่าเมืองลับแล)
กิจกรรม VOLUNTEER SPIRIT CARAVAN 3-4 พ.ย.55 สวนผึ้ง ราชบุรี
ทอดผ้ากฐินสามัคคี เพื่อสมทบทุนสร้างศาลาการเปรียญ ณ วัดคลองหอย ต.ท่าแยก อ.เมือง จ.สระแก้ว วันที่ 3-4 พฤศจิกายน พ.ศ 2555
ทีมงาน วีโก้ป่าสัก ภาคกลาง ไหว้พระทำบุญ&มีตติ้ง วันที่ 28 ตุลาคม 2555
มีตติ้งโซนVT-เอกมัย-ทองหล่อ-พระราม 4-คลองตัน-พระโขนง วันที่ 20 ตุลาคม 2555 เวลา 19.00 น.
กิจกรรม e-Toyota Sport Day ครั้งที่ 3 วันที่ 23 ก.ย. 55 เิริ่ม 9.00 น.
>>> คลิ๊กที่นี่ เพื่อแจ้งกิจกรรมที่ต้องการให้เว็บช่วยประชาสัมพันธ์
 
ค้นหาในเว็บวีโก้ไทยแลนด์รวดเร็วกว่าด้วยระบบของกูเกิ้ล หาอะไรในเว็บไม่เจอพิมพ์ในช่องว่าง แล้วกด ค้นหา ได้เลย!!!

VigoThailand - วีโก้ไทยแลนด์ มิตรภาพไร้ขีดจำกัด « กูรูไทยแลนด์ « สารพันปัญหารถ «  (ผู้ดูแล: oatman, teerada448, oudkkk)ยางรถยนต์ กับการใช้งานอย่างถูกวิธี (9 (สูตร) ประหยัดน้ำมัน หน้า2ครับ)
หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ยางรถยนต์ กับการใช้งานอย่างถูกวิธี (9 (สูตร) ประหยัดน้ำมัน หน้า2ครับ)  (อ่าน 48361 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
AEZADE
ใบขับขี่ชั่วคราว
**

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 286


จูนไม่นิ่ง วิ่งได้ไง


« เมื่อ: มกราคม 28, 2010, 06:22:20 AM »

ยางรถยนต์ กับการใช้งานอย่างถูกวิธี
การใช้ยางรถยนต์ไม่ใช่แค่ใส่ยางเข้ากับกระทะล้อแล้วจบ แต่ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกไม่น้อย เพื่อช่วยให้ยางมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดอายุการใช้งาน และเพิ่มความปลอดภัยตลอดการขับ

++ยางใหม่ต้อง "รัน - อิน"++
      
       ไม่เฉพาะรถยนต์และเครื่องยนต์เท่านั้น ที่จะต้องมีการรัน-อิน ยางใหม่ก็เช่นกันในช่วง 100 - 200 กิโลเมตรแรก ควรใช้ความเร็วไม่เกิน 80 - 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อให้โครงสร้างแก้มยาง และหรน้ายางมีการปรับตัว เพราะยางทุกเส้น ถูกผลิตออกมาให้รับกับมุมแคมเบอร์ของล้อเท่ากับ 0 คือตั้งฉากกับพื้น แต่รถยนต์ทุกคันไมได้มีมุมแคมเบอร์เท่ากับ 0 มีทั้งแบะหรือหุบ ในช่วงแรกจึงต้องใช้เวลาให้หน้ายางสึกปรับตัวรับกับศูนย์ล้อ
 
++ต้องถ่วงล้อ++
        
       เพราะยางต้องหมุนนับพันรอบต่อนาที โดยเฉพาะล้อคู่หน้าที่มีการเลี้ยงด้วยจึงต้องมีการถ่วงสมดุล เพราะถ้าล้อคู่หน้าไมได้สมดุล มักมีอาการพวงมาลัยสั่นในบางช่วงความเร็ว และทำให้ลูกปืนล้อหรือช่วงล่างมีอายุการใช้งานสั้นลงด้วย เมื่อเปลี่ยนยางใหม่ หรือถอดยางออกจากระทะล้อ เพื่อสลับยางหรือเปลี่ยนยาง ต้องมีการถ่วงสมดุลใหม่เสมอ
      
       เมื่อใช้งานไปสัก 40 - 50 % ของอายุการใช้งานยาง ควรถอดมาถ่วงสมดุล เพราะการสึกหรออาจไม่สม่ำเสมอกัน ถ้าใช้วิธีถอดกระทะล้อออกมาถ่วงสมดุล แล้วยังมีอาการสั่นของพวงมาลัยบางช่วงความเร็ว ต้องเปลี่ยนไปใช้วิธีถ่วงแบบจี้ คือ ไม่ต้องถอดล้อออกจากรถยนต์เป็นการถ่วงสมดุลกระทะล้อ , ยาง , จานดิสก์เบรก , เพลาขับ , ลูกปืนล้อ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง แต่โดยทั่วไป การถอดล้ออกมาถ่วงภายนอกก็เพียงพอแล้ว

++ลมยาง....ศัตรูหมายเลข 1 ของยางรถยนต์++
      
       แรงดันลมมาตรฐานของยางรถยนต์ทุกรุ่น มีระบุไว้บนสติ๊กเกอร์ที่ตัวรถยนต์หรือคู่มือประจำรถยนต์ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 28 - 32 ปอนด์/ตารางนิ้ว (PSI) สำหรับรถยนต์นั่ง การวัดแรงดันลมยาง ต้องใช้มาตรฐานที่ได้มาตรฐานและวัดตอนที่ยางเย็นหรือร้อนไม่มาก (ขับไม่เกิน 2-36 กิโลเมตร)
      
       การเติมและวัดลมยางตามปั๊มน้ำมันพร้อมเติมน้ำมันฯ ก็สะดวกดี แต่เมื่อยางร้อนแล้วต้องเผื่อแรงดันที่วัดได้ ว่าจะเกินจากมาตรฐานสัก 1-2 ปอนด์ เสียเวลาถามผู้ที่วัดลมยางให้ว่า ยางเส้นไหนมีระดับแรงดันลมยางต่ำกว่าเส้นอื่นมากๆนั่นแสดงว่ามีปัญหารั่วซึม
      
       ไม่ควรใช้สายตาในการเดาแรงดันลมยาง โดยดูจากการยุบตัวของแก้มยางเพราะแม้ลมยางจะอ่อนลง 10 ปอนด์/ตารางนิ้ว ก็อาจจะมองไม่เห็นด้วยความแตกต่าง มาตรวัดแรงดันลมตามปั๊มน้ำมันมักถูกใช้งานหนัก อาจแสดงค่าผิดเพี้ยนควรซื้อมาตรวัดแรงดันลมส่วนตัวไว้ และต้องเลือกแบบที่มีมาตรฐาน ราคาแพงสักหน่อยแต่ว่าได้ค่าที่แม่นยำกว่า
      
       ปั๊มหรือเครื่องมือเติมลมส่วนตัวมี 2 แบบหลัก คือ แบบเท้าเหยียบ ควรซื้อแบบลูกสูบ๕จะรวดเร็วและเบาแรงกว่าหรือแบบปั๊มไฟฟ้าเสียบกับที่จุดบุหรี่ในรถยนต์ แต่อาจจะไม่จำเป็นสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้ดูแลรถยนต์ด้วยตัวเอง
 
              หากละเลยการตรวจสอบลมยาง มักเกิดปัญหาแรงดันลมน้อย - ยางอ่อน ทำให้แก้มยางมีการบิดตัวมากและร้อนง่าย สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น และอัตราเร่งลดลง จากแรงต้านการหมุนที่เพิ่มขึ้น และหากลมยางอ่อนมากๆ จะทำให้โครงสร้างภายในเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และมีการสึกหรอบริเวณนอกซ้าย - ขวา ของหน้ายางมากกว่าแนวกลาง
      
       บางคนอาจจะคิดว่า ถ้าอย่างนั้นเติมยางเกินไว้น่าจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องตรวจสอบบ่อยๆ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด เพราะแรงดันลมยางที่มากเกินไปทำให้ประสิทธิภาพการเกาะถนนลดลง จากหน้าสัมผัสที่ลดลง กระด้าง และถ้าลมยางแข็งมากๆ จะเสี่ยงต่อการระเบิด และมีการสึกหรอบริเวณแนวกลางมากกว่าริมนอกซ้าย-ขวา
      
++เดินทางไกล อย่าลืม...เติมแรงดันลมเพิ่ม++
      
       ควรเติมแรงดันลมยางแข็งกว่าปกติ 2 - 3 ปอนด์/ตารางนิ้ว เพื่อป้องกันยางร้อนมาก หรือแรงดันลมสูงเกินไปจนระเบิด อาจตรงข้ามกับความคิดผิดๆที่ว่า เมื่อเดินทางไกลยางหมุนด้วยความเร็วสูงและต่อเนื่อง ยางน่าจะร้อนและมีแรงดันลมเพิ่มขึ้น จากหลักการของก๊าซ อากาศร้อนจะขยายตัว ทำให้แรงดันลมเพิ่ม จึงคิดว่าน่าจะลดแรงดันลมลงจากปกติ ซึ่งผิด

              หากมีการลดแรงดันยางลงในขณะที่เดินทางไกล ยางจะกลับร้อนและมีแรงดันสูงมาก เพราะแก้มยางจะบิดตัวมากจนร้อน และทำให้แรงดันลมสูงขึ้นมากอย่างรวดเร็ว วิธีที่ถูกต้อง คือ เพิ่มแรงดันลมขึ้น 2 - 3 ปอนด์ เพื่อป้องกันการเปิดตัวของแก้มยางมากจนร้อน เป็นการป้องกันล่วงหน้า เช่น ยางที่มีแรงดันลม 32 ปอนด์ มากกว่าปกติ 2 ปอนด์ เมื่อเดินทางไกลอาจจะมีแรงดันลมเพิ่มขึ้นจากความร้อนเพียง 2 ปอนด์ แต่ถ้าแรงดันลมเหลือ 28 ปอนด์ ยางจะบิดตัวมากและร้อนมากกว่าอาจมีแรงดันลมเพิ่มขึ้นถึง 5 - 6 ปอนด์ และก็เป็นลมที่มีความร้อนสูงกว่าการเติมลมแรงดันสูงเผื่อไว้
      
++เบียดทางเท้า ระวังแก้มยาง++
      
       การเข้าจอดเลียบทางเท้าหรือทางที่มีขอบสูง ระวังแก้มยางไปเบียด ทั้งในขณะจอดหรือจอดเบียดแก้มยางทิ้งไว้ เพราะจะทำให้แก้มยางบวมหรือรั่ว ซึ่งไม่สามารถซ่อมแก้มยางให้ใช้งานได้ปกติเหมือนหน้ายางรั่วได้ ต้องเปลี่ยนเส้นใหม่เท่านั้น
      
++สลับยาง++
      
       ทุก 10,000 กิโลเมตร ควรสลับยางพร้อมกระทะล้อหน้า - หลังในแต่ละด้าน เพื่อให้มีการสึกหรอใกล้เคียงกันทั้ง 4 เส้น เพราะยางคู่ที่ใส่กับล้อขับเคลื่อนจะมีการสึกหรอมากกว่ายางอีกคู่หนึ่ง อย่าลืมดูทิศทางการหมุนและถ่วงล้อใหม่ด้วย แนวทางการสลับยาง และระยะทางที่เหมาะสม มักทีกำหนดในคู่มือประจำรถยนต์
      
       ถ้าไม่สลับยางแล้วมีการสึกหรอไม่เท่ากัน หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนยางครั้งละคู่หรือ 2 ล้อ เพราะทำให้ต้องเปลี่ยนสลับครั้งละคู่ไปเรื่อยๆเสียเวลาและไม่ถูกต้อง ในการเปลี่ยนยาง ไม่ควรใช้ยางต่างรุ่นดอกกันในแกนล้อเดียวกันเพราะประสิทธิภาพการเกาะถนนจะแย่ลง ควรใช้ยางขนาดเดียวกันและรุ่นเดียวกันทั้ง 4 ล้อ
 
++หมั่นตรวจสอบการสึกหรอของดอกยาง++      
       นอกจากตรวจสอบความลึกของดอกยางและสลับตามระยะทางแล้ว ยังควรหมั่นสังเกตการสึกหรอที่ผิดปกติตลอดหน้ายาง ซึ่งมีหลายลักษณะ ถ้าหน้ายางสึกเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง แสดงว่าศูนย์ล้อผิดปกติ แต่ถ้ามีการสึกไม่เรียบเสมอกันตลอดหน้ายาง หรือสึกเป็นบั้งๆอาจเกิดจากระบบช่วงล่างควรรีบแก้ไข เพราะมีผลต่ออาการทรงตัวของรถด้วย
      
++ไม่จอดทิ้งไว้นาน++
      
       รถยนต์ที่ใช้งานน้อย จอดนิ่งอยู่กับที่น้ำหนักของตัวรถทั้งหมดจะกดลงสู่ยางแต่ละเส้นในจุดเดียว โครงสร้างภายในและแก้มยางจะมีการยืดตัวและเสียความหยืดหยุ่น ยิ่งจอดนิ่งนานๆโครงสร้างของยางยิ่งมีโอกาสเสียง่ายขึ้น ถ้าต้องจอดนานมากทุก 1 สัปดาห์ต้องสตาร์ทเครื่องและนำรถออกไปแล่นอย่างน้อย 2 - 3 กิโลเมตร หรือเดินหน้าถอยหลัง 5 - 10 เมตรหลายๆครั้ง เพื่อให้แก้มยางและโครงสร้างของยางมีการขยับตัว
      
++น้ำยาเคลือบ สวยแต่ต้องระวัง++
      
       เป็นเรื่องปกติที่คนไทยที่รักสวยรักงาม น้ำยาเคลือบแก้มยางเพื่อเพิ่มความสวยงาม น้ำยาบางชนิดมีฤทธิ์ต่อเนื้อยาง ทำให้บวมหรือเปื่อยในระยะยาว ควรเป็นสารประเภทซิลิโคนจะปลอดภัยกว่า
 
++เมื่อไรหมดสภาพ++
      
       ยางหมดอายุได้ในหลายลักษณะหลัก เช่น ดอกหมด , ไม่เกาะ , เนื้อแข็ง , โครงสร้างกระด้าง , แตกปริ , แตกลายงา , เสียงดัง หรือแก้มยางบวม เกิดขึ้นเพียงลักษณะเดียวหรือควบคู่กันก็ถือว่าหมดอายุ ไม่จำเป็นต้องดอกหมดแล้วยางถึงจะหมดสภาพเสมอไป เพราะความลึกของดอกยางเกี่ยวข้องกับการรีดน้ำ ฝุ่น และโคลนเป็นหลัก ส่วนประสิทธิภาพการเกาะถนนและการทรงตัว ขึ้นอยู่กับความแข็งของเนื้อยางและโครงสร้างภายใน
      
       ยางรถยนต์ส่วนใหญ่จะเริ่มแข็งตัวขึ้นทีละนิด แต่จะรู้สึกได้ชัดเจนเมื่อผ่านการใช้งานไประยะหนึ่ง (ประมาณ 1 ปีหรือ 20,000 กิโลเมตร) ตามพื้นฐานของผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยางที่แพ้ความร้อน เมื่อเนื้อยางแข็ง ดอกยางก็ไม่ค่อยสึก แต่แรงเสียดทานระหว่างหน้ายางกับผิวถนนจะลดลง หากเปรียบเทียบอัตราการสึกของดอกยางต่อระยะทาง แทบไม่มียางรุ่นไหนที่ดอกสึกเร็วขึ้นเมื่อผ่านการใช้งานไปแล้ว ส่วนใหญ่มักจะสึกช้าลงหรือแทบไม่สึกเลยเมื่อเนื้อยางแข็งกระด้างเต็มที่
      
       ทดสอบง่ายๆโดยใช้เล็บจิกลงบนเนื้อของหน้ายางเก่า เปรียบเทียบกับยางใหม่ๆเนื้อยางเก่ามักแทบจิกไม่ลง อายุการใช้งานของยางสำหรับเมืองไทย เฉลี่ยประมาณ 3 ปี หรือ 50,000 - 60,000 กิโลเมตร ก็ถือว่ายางเสื่อมสภาพแล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาและลักษณะการใช้งาน ถ้าใช้งานเกินระยะทางข้างต้น ควรพิจารณาอย่างละเอียดว่าสภาพของยางดีหรือไม่ เพราะพบว่ายางรถยนต์หลายรุ่นสามารถใช้งานได้นานกว่านั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 25, 2010, 08:47:21 PM โดย AEZADE » บันทึกการเข้า

h
 
chawat
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 81



« #151 เมื่อ: มีนาคม 13, 2012, 01:33:48 PM »

ร้านค้าที่สนันสนุนกิจกรรมเว็บครั้งที่แล้วแจ้งรายชื่อที่นี่
ร้านค้าเพื่อนสมาชิกที่ต้องการมอบของรางวัลเพื่อกิจกรรมเว็บ 9-10 มีนาคม 2556 คลิ๊กที่นี่
ร้านค้าผู้สนับสนุนกิจกรรมเว็บ
ร้านค้าผู้สนับสนุนกิจกรรมเว็บ
ร้านค้าผู้สนับสนุนกิจกรรมเว็บ

 ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
model_3647
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1



« #152 เมื่อ: มีนาคม 21, 2012, 11:27:39 AM »

ส่งกะสัยต้องเปลี่ยนยาง ^_^ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

 *ขออภัย จำกัดสิทธิ์การใส่ Link-URL ในลายเซ็น*  :  *ขออภัย จำกัดสิทธิ์การใส่ Link-URL ในลายเซ็น*  :  *ขออภัย จำกัดสิทธิ์การใส่ Link-URL ในลายเซ็น*
mikajung
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7



« #153 เมื่อ: เมษายน 04, 2012, 04:48:58 PM »

ทางนี้ครับ

sbobet-admin
http://sbobet-admin.com/
ดูหนังออนไลน์ฟรี http://deknaihor.blogspot.com/
บันทึกการเข้า
jobjung
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7



« #154 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2012, 11:47:44 AM »

รบกวนถามหน่อยครับ คือว่าตอนนี้ผมใช้พรีรันเนอร์แค๊ป3000 ล้อเดิมเป็นขอบ15" แล้วผมอยากเปลี่ยนยางเป็น 265/70/16ยางbf all ครับผม แล้วผมได้คุยกับพี่ท่านนึงท่านบอกว่าถ้าใส่ยาง+แม็คสเป็กนี้ ล้อหน้ามันจะติดซุ้ม ต้องยกหน้าประมาณ1-1.5นิ้วครับผม และต้องเปลี่ยนโช้คหลังยกระดับด้วยครับ . แล้วก็กลับแหนบตัวล่างสุดตัวนึงมันจะนิ่มพอดี ผมเลยอยากทราบแนวทางว่าควรต้องทำแบบพี่เค้าบอกเลยหรือเปล่าหรือมีคำแนะนำแบบไหนบ้างครับ  รถผมปี2007ครับ และการใช้งานก็ทั่วไปครับไม่ได้ลุย แต่อยากแต่งหล่อสไตล์ off road นะครับ . ช่วยแนะนำด้วยครับพี่ๆ (โดนแม่บ้านงอนเรื่องยางกับแม็กแล้วครับ55555 ก็จะค่อยๆแต่งไปเรื่อยๆครับผม) . ขอบคุนมากๆครับ
บันทึกการเข้า
longdoo_214
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7



« #155 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2012, 08:38:41 PM »

 ^_^ ขอบคุณครับ
 
บันทึกการเข้า
ting1289
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131



« #156 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2012, 08:37:09 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

คนพันธุ์ POWERLAB 086-6821499
Shutter_A
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19



« #157 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2012, 11:52:04 AM »

 ความรู้ทั้งนั้นคร้าฟฟฟ  ขอบคุณมากคับ
บันทึกการเข้า
ku_needs
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9



« #158 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2012, 03:32:32 PM »

ได้ความรู้มากเลย  ขอบคุณคับบ
บันทึกการเข้า
sanun.k
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12



« #159 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2012, 06:48:46 AM »

ช่วยหน่อยใครมีวิธี แก้รอยบุ๋มรถ ( รถโดนรถคันอื่นถอยชนมา)
บันทึกการเข้า
yonjae
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 61


ปราถนาดี VT 3194 มีนบุรี


« #160 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2012, 06:58:30 PM »

ของผมเติมไนโตรเจน ครับช่วยได้เยอะ
บันทึกการเข้า
jojoesunk
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 46


VT_4060 บูรพา 015 พื้นที่ทำมาหาเลี้ยงชีพศรีราชา


« #161 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2012, 09:09:03 AM »

 
 
บันทึกการเข้า

jojoesunk
kwan00
ใบขับขี่ชั่วคราว
**

คะแนนถูกใจ 17
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 334


2.5E Smart cab VT 1665 แปดริ้ว-บางบ่อ


« #162 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2012, 02:01:40 PM »

อ่านแล้วได้ความรู้เยอะเลย
 
บันทึกการเข้า
ole racing
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4



« #163 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2012, 12:48:45 AM »

 ขอบคุณคับพี่
บันทึกการเข้า
assasin8556
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


เอ คร้าฟฟ


« #164 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2012, 08:57:40 PM »

 ขอบคุญสาระดีๆคร้าฟ
บันทึกการเข้า

เคยเห็นผึ้งฆ่าตัวตายไหม
เคยได้ยินมดบ่นไหม
เคยได้ยินแมงมุมนินทาชาวบ้านไหม
หรือว่าพวกมันรู้ว่ามีเวลาเหลือบนโลกนี้เพียงเล็กน้อย จึงไม่ยอมเสียเวลาทำเรื่องที่ไร้ความหมาย
radsachom
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1



« #165 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2013, 08:18:08 PM »

รบกวนด้วยครับ ผมใช้ Preฯแคป 3000 ปี 2009 เดิมๆทุกอย่าง จะบรรทุกของซัก 1 ตัน ต้องเติมลมยางเท่าไหร่ครับกับระยะทางประมาณ 500 กิโลเมตร รบกวนด้วยครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
kokojung
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8



« #166 เมื่อ: เมษายน 07, 2013, 11:37:44 AM »

ขอบคุณสำหรับคสามรู้ดีๆครับ
7M
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal