vigothailand,

vigo

,

วีโก้

,

วีโก้แชมป์

,

vigo champ

, toyota vigo,

รถบ้าน

, รถแต่ง, วีโก้ไทยแลนด์, ตลาดรถ, รถมือสอง, toyota, โตโยต้าชัวร์,

vigo 2014

, one2car , รถกระบะมือสอง, โตโยต้า


ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


   



ลงชื่อร่วมกิจกรรมกับวีโก้ไทยแลนด์


กิจกรรมวีโก้ไทยแลนด์ที่ผ่านมา
25-26 ม.ค.57 ใต้ร่มพระบารมี ทำความดีถวายพ่อ ปี 2 แจ้ซ้อน จ.ลำปาง
29 พ.ย.-1 ธ.ค.5 มิตติ้งประจำปี น่าน...น่ะสิ นอนอาบดาว หนาวสะท้านดอยเสมอดาว
17 พ.ย.56 กิจกรรม e-TOYOTACLUB Sports Day Y4 ตอน Calories Burning in the park
27 ตุลาคม 2556 ทอดผ้าป่าสามัคคี ณ วัดเวฬุวนาราม นครปฐม
6 ตุลาคม 2556 นี้ วีโก้ไทยแลนด์ ร่วมกับ กลุ่มจิตอาสา ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.ปราจีนบุรี
>>> คลิ๊กที่นี่ เพื่อแจ้งกิจกรรมที่ต้องการให้เว็บช่วยประชาสัมพันธ์ เฉพาะงานกิจกรรมเพื่อสังคม ทำบุญ มิตติ้งของสมาชิก VT
 
ค้นหาในเว็บวีโก้ไทยแลนด์รวดเร็วกว่าด้วยระบบของกูเกิ้ล หาอะไรในเว็บไม่เจอพิมพ์ในช่องว่าง แล้วกด ค้นหา ได้เลย!!!

VigoThailand - วีโก้ไทยแลนด์ มิตรภาพไร้ขีดจำกัด « กูรูไทยแลนด์ « สารพันปัญหารถ «  (ผู้ดูแล: oatman, teerada448, oudkkk)เรื่องน่ารู้ก่อนจะเปลี่ยนยางรถยนต์
หน้า: 1 2 [3]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องน่ารู้ก่อนจะเปลี่ยนยางรถยนต์  (อ่าน 28324 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
udmaxseo
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


udmax
« เมื่อ: ตุลาคม 28, 2011, 11:36:22 AM »

  อ่านบทความ รวมความเข้าใจผิดเรื่อง...ยางรถยนต์


ความกว้างของยางรถยนต์/ความกว้างของหน้ายางรถยนต์

ความเข้าใจผิด : บนแก้มยางรถยนต์จะมีการระบุขนาด ต่างๆ ของยางรถยนต์เส้นนั้นไว้อยู่เสมอ สำหรับยางรถยนต์ทั่วไปจะมีการระบุรายละเอียดที่คุ้นเคยกันตามตัวอย่าง เช่น 205/60R15

ตัวเลข 3 หลักแรกนี้เองที่หลายคนเข้าใจผิด โดยเข้าใจว่าเป็นความกว้างของหน้ายางรถยนต์ที่สัมผัสถนน มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร ในกรณีตัวอย่างนี้ คิดว่ายางรถยนต์เส้นนี้มีหน้ากว้าง 205 มิลลิเมตร

ความเป็นจริง : ตัวเลข 3 หลักแรกนี้ เป็นความกว้างของยางรถยนต์ ไม่ใช่ความกว้างของหน้ายางรถยนต์ที่สัมผัสพื้น วิธีการตรวจสอบง่ายๆ ตัวเลข 3 หลักนี้ ก็คือ นำยางรถยนต์เส้นนั้นใส่กับกระทะล้อที่มีขนาดเหมาะ สมกันตามมาตรฐานที่วงการยางรถยนต์กำหนดและสูบลม วัดความกว้างของยางรถยนต์จากส่วนที่กว้างที่สุด ซึ่งมักจะ เป็นส่วนโค้งของแก้มยางรถยนต์ที่ป่องออกมา จากแก้มข้างหนึ่งมายังอีกข้างหนึ่ง โดยวัดรวมทุกอย่างที่กว้าง ที่สุด ถ้าบังเอิญมีตัวอักษรตัวเลขหล่อนูนออกมา ก็ ต้องวัดรวมด้วย แล้วก็จะได้ค่าความกว้างนั้นออกมา

ตัวเลข 3 หลักแรกที่ระบุไว้ เช่น 205 จะเป็นความกว้างของยางรถยนต์ในส่วนที่ป่องที่สุด ซึ่งเป็นแก้มยางรถยนต์ ส่วนความกว้างของหน้ายางรถยนต์จริง จะไม่มีการกำหนดไว้ และเท่าที่ทลองวัดดู ก็จะแคบว่าตัวเลขความกว้างของยางรถยนต์ที่ระบุไว้ 10-30 มิลลิเมตร

นั่นหมายความว่า สมมุตติยางรถยนต์ที่ระบุความกว้าง ไว้เท่ากัน แต่ต่างรุ่นต่างยี่ห้อกัน ความกว้างของยางรถยนต์ บริเวณแก้มจะต้องเท่ากัน แต่ไม่แน่ว่าความกว้างของยางรถยนต์จะต้องเท่ากัน เพราะพบว่ายางรถยนต์รุ่นสปอร์ตหรือเน้นสมรรถนะสูง จะมีความกว้างของหน้ายางรถยนต์ใก้ลเคียงกับตัวเลขความกว้างของยางรถยนต์มากกว่ายางรถยนต์รุ่นพื้นๆ สำหรับใช้งานทั่วไป

หากไม่เชื่อบทความนี้ ให้เอาไม้บรรทัดหรือตลับเมตรไปวัดรอยฝุ่นบนหน้ายางรถยนต์ได้เลย แล้วจะพบว่า แคบกว่าตัวเลขที่ระบุไว้มาก วัดยังไงก็ไม่เท่ากัน แต่พอเล็งๆ แถวแก้มยางรถยนต์ ก็พบว่ากว้างพอกับตัวเลข 3 หลักแรกที่ระบุไว้จริงๆ



ตัวเลขซีรีส์ ต้องคำนวนก่อน

ความเข้าใจผิด : จากตัวอย่าง 205/60R15 ตัวเลข 2 หลักชุดที่ 2 คือ 60 หมายถึงซีรีส์ของยางรถยนต์ หลายคนเข้าใจผิดว่า ยางรถยนต์ที่มีตัวเลขซีรีส์มาก จะต้องมีแก้มสูงกว่ายางรถยนต์ที่มีซีรีส์น้อยกว่าเสมอ

ความเป็นจริง : ตัวเลขซีรีส์ หมายถึง ความสูงของแก้มยางรถยนต์คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของความกว้างของยางรถยนต์ หากต้องการทราบความสูงจริงของแก้มยางรถยนต์ ก็ต้องมีการคำนวณก่อน

จากตัวอย่าง ยางรถยนต์เส้นนี้ มีความสูงของแก้มยางรถยนต์ เป็น 60 เปอร์เซ็นต์จากความกว้าง 205 มิลลิเมตร คำนวนโดยนำ 205 X (60/100) = 123 มิลลิเมตร

ถ้าไม่ผ่านการคำนวณ จะสรุปลอยๆ ไม่ได้ว่า ยางรถยนต์ซีรีส์ 65 จะมีแก้มยางรถยนต์จริงสุงกว่ายางรถยนต์ซีรีส์ 60 หากมีความกว้างของยางรถยนต์ต่างกัน

เช่น ยางรถยนต์ 205/60R13 มีแก้มสูง 205 X (60/100) = 123 มิลลิเมตร ส่วนยางรถยนต์ 185/65R13 มีแก้ม สูง 185 X (65/100) = 120.25 มิลลิเมตร มีแก้มจริงเตี้ยกว่าทั้งที่มีตัวเลขซีรีส์เป็น 65 มากกว่าเส้นแรกอยู่ 5 ซีรีส์

ถ้าจะเดาความสูงของแก้มยางรถยนต์ ก็ต้องดูตัวเลข 3 หลักแรกความกว้างของยางรถยนต์ด้วย แต่ถ้าจะให้แม่นยำก็ต้องนำไปคำนวณก่อน




ยางรถยนต์ที่ใช้กับกระทะล้อขอบใหญ่กว่า ยางรถยนต์ต้องใหญ่กว่า

ความเข้าใจผิด : ในกรณีที่จะเปลี่ยนล้อแม็กให้มีขาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ขึ้น ตามสไตล์ล้อแม็กวงโต+ยางรถยนต์แก้มเตี้ย เช่น ล้อเดิมขอบ 14 นิ้ว จะเปลี่ยนเปลี่ยนเป็นขอบ 16 นิ้ว หลายคนเข้าใจผิด โดยรีบสรุปว่ายางรถยนต์ที่ใช้กับกระทะล้อขอบ 16 นิ้ว ต้องมีขนาดใหญ่กว่ายางรถยนต์ 14 นิ้ว ไปมองไปอิงกับตัวเลขขอบกระทะล้อทั้งที่นั่นคือ วงในของยางรถยนต์ ไม่ใช่วงนอก

ความเป็นจริง : ยางรถยนต์จะมีเส้นรอบวงมากหรือมีความสูงโดยรวมเท่าไร ไม่เกี่ยวกับขนาดของกระ ทะล้อหรือเรียกกันว่าขอบกี่นิ้วนัก เพราะต้องขึ้นอยู่กับความสูงของแก้มยางรถยนต์ ซึ่งก็ขึ้นกับความกว้างและซีรีส์นั่นเอง

ยางรถยนต์ขอบ 17 นิ้ว ซีรีส์น้อยแก้มเตี้ยบางเฉียบ อาจจะมีเส้นรอบวงน้อยและมีความสูงโดยรวมน้อย กว่ายางรถยนต์ขอบ 14 นิ้ว ซึ่งมีซีรีส์มากและแก้มสูงก็เป็นได้



ยางรถยนต์เปอร์เซ็นต์ เมินได้เลย

ความเข้าใจผิด : เป็นที่เข้าใจว่า ยางรถยนต์เปอร์เซ็นต์ คือ ยางรถยนต์มือสอง คนส่วนใหญ่มองว่าเมินยางรถยนต์เปอร์ เซ็นต์ไปได้เลย เพราะคิดว่าล้วนเป็นยางรถยนต์มือสองที่ได้มาจากเจ้าของเดิมถอดทิ้งหรือถอดขายให้ร้านในราคาถูกๆ เพื่อเป็นส่วนลดในการซื้อยางรถยนต์ใหม่ ยางรถยนต์จึงน่าจะหมดสภาพแล้ว หากฝืนซื้อมาใช้งานต่อก็จะเสี่ยงต่ออันตราย

ความเป็นจริง : ยางรถยนต์เปอร์เซ็นต์หลายสิบเปอร์เซ็นต์ที่ขายอยู่ทั่วไป เกือบหมดสภาพแล้วจริงๆ หากใครซื้อมาใช้ก็เสี่ยงอันตราย แต่ไม่ใช่ว่าทุกเส้นจะไม่น่าสนใจ

เพราะในกรณีที่เป็นยางรถยนต์ซึ่งถูกเปลี่ยน เพราะเจ้าของอยากเปลี่ยนขนาดยางรถยนต์หรือล้อแม็ก ทั้งที่ยังไม่หมดสภาพ ยางรถยนต์เปอร์เซ็นต์เส้นนั้นก็ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ บางครั้งรถป้ายแดงขับออกมาจากโชว์รูมได้ไม่กี่วัน ก็เปลี่ยนยางรถยนต์เดิมออกแล้ว หรือใช้ยางรถยนต์เดิมได้ไม่กี่เดือน ก็อยากเปลี่ยนล้อแม็กวงโต+ยางรถยนต์แก้มเตี้ยตามแฟชั่น ก็อาจจะถอดยางรถยนต์ชุดเดิมขายลดราคากับทางร้านหรือประกาศขายเองเป็นยางรถยนต์เปอร์เซ็นต์

บางครั้งยางรถยนต์ก็ถูกเปลี่ยนออก เพราะความหวาดกลัวเกินไป ทั้งจากตัวเองหรือคำแนะนำที่ผิดๆ ว่ายางรถยนต์รถยนต์ใช้ได้แค่ 2 ปี หรือไม่เกิน 40,000 กิโลเมตร ทั้งที่ความจริงใช้ได้นานกว่านั้น ยางรถยนต์ชุดนั้นจึงยังไม่หมดสภาพแต่กลับถูกเปลี่ยนออก ซึ่งเมื่อนำออกขายเป็นยางรถยนต์เปอร์เซ็นต์ ภสพาจึงยังดีอยู่ และสามารถใช้ต่อได้อีก

การเลือกใช้ยางรถยนต์เปอร์เซ็นต์ หากดูอย่างละเอียด รอบคอบ และเลือกยางรถยนต์ที่ไม่ได้ถูกเปลี่ยนเพราะหมด สภาพ โดยเฉพาะยางรถยนต์ที่ถูกเปลี่ยนเพราะเจ้าของเดิม อยากเปลี่ยนขนาด บางครั้งก็น่าสนใจ


เปลี่ยนยางรถยนต์ทิ้งเร็วเกินไป

ความเข้าใจผิด : คนส่วนใหญ่เชื่อและได้รับ คำแนะนำที่ผิดๆ ว่ายางรถยนต์รถยนต์ต้องเปลี่ยนตามระยะทางเท่านั้นเท่านี้ หรือไม่เกินกี่ปีต้องเปลี่ยนออก แม้ว่าดอกยังไม่หมด หรือยังดูดีอยู่ก็ต้องเปลี่ยนออก หลายคนเชื่อปักใจ เพราะหวาดระแวงกลัวยางรถยนต์ระเบิดแล้วอันตราย

ความเป็นจริง : จริงอยู่หากยางรถยนต์ระเบิดแล้วจะเสี่ยงต่ออุบัติเหตุหรือความยุ่งยาก ต้องเปลี่ยนยางรถยนต์กลางทาง แต่การใช้อะไรแล้วเปลี่ยนทิ้งทั้งที่ยังไม่หมดสภาพ เสียดายทั้งเงินทั้งทรัพยากรของโลกที่ต้องเสียไปด้วยความหวาดระแวง

ผู้ผลิตยางรถยนต์ส่วนใหญ่ แม้ว่าอยากจะขายยางรถยนต์เส้นใหม่เร็วๆ ก็ยังไม่เคยมีคำแนะนำให้เปลี่ยนยางรถยนต์เมื่อครบ 3 ปี หรือเมื่อเกิน 50,000 กิโลเมตรหรือต่ำกว่านั้นเลย มีแต่การแนะนำว่า สามารถใช้งานได้จนดอกจะสึกถึงสัญลักษณ์ที่จุดลึกสุดของร่องยางรถยนต์ และถ้าดอกยังไม่หมด หากดูแล้วไม่มีการแตกร้าวปริบวม ก็สามารถใช้ต่อได้จนดอกสึกถึงระยะข้างต้น โดยไม่จำกัดปีที่ใช้

ค้นหาทั้งจากเอกสารหรือถามจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของผู้ผลิตยางรถยนต์โดยตรง ก็บอกอย่างนี้ทั้งนั้น พอถามแบบกลางๆ ว่า งั้นของคำตอบที่คนทั่วไปอยากทราบได้ไหม เขาก็บอกว่า 3 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร หากดอกยังไม่หมด ยางรถยนต์ส่วนใหญ่ (หากยางรถยนต์เส้นนั้นไม่ได้ใช้งานหนักบนทางวิบาก หรือได้รับการกระแทกบ่อย) น่าจะยังไม่หมดสภาพ และน่าจะใช้ได้อีกไม่น้อยกว่า 1-2 ปีขึ้นไป หรืออีกหลาย หมื่นกิโลเมตร และพอถามย้ำอีก เขาก็บอกว่า ประ มาณว่าถ้าดอกไม่หมดยางรถยนต์น่าจะใช้ได้เกิน 60,000 กิโลเมตรหรือแถวๆ 5 ปีได้สบาย และก็บอกทิ้งท้ายว่า ถ้าดอกไม่หมด และดูสภาพแล้วยังปกติ ก็ยังใช้ต่อได้อีก

ขนาดฝ่ายผู้ผลิตที่อยากขายยางรถยนต์ใหม่ให้ได้มากๆ ยังมีคำแนะนำให้ใช้งานได้นานกว่าความเชื่อของคนทั่วไป ดังนั้นก่อนที่จะเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่ ก็ควรแน่ใจว่ายางรถยนต์เส้นเดิมหมดสภาพและไม่น่าเสี่ยงใช้งานต่อแล้ว ไม่ใช่เปลี่ยนเพราะความหวาดระแวง ทั้งที่เพิ่งผ่านการใช้งานเกินครึ่งมาไม่เท่าไร



ยางรถยนต์เก่าเก็บไม่น่าสน

ความเข้าใจผิด : เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า ยางรถยนต์รถยนต์ที่ถูกเก็บสต็อกไว้ สามารถหมดสภาพได้ แม้จะยังไม่เคยใช้งานก็ตาม แต่ตัวเลขจำนวนเดือนปีที่จะถือว่าไม่น่าซื้อใช้ของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนตั้งใจว่า ผลิตเกิน 3 เดือนจะไม่ซื้อ บางคน 6 เดือน หรือบางคน 1 ปีกว่าๆ ยังรับได้ ความเข้าใจผิดก็คือ คนที่หวาดระแวงเกินเหตุ เก็บเกิน 3-6 เดือนไม่เอาแล้ว ทำเป็นว่ายางรถยนต์รถยนต์จะเน่าง่ายๆ แบบขนมเค้กหรือต้องรอของที่อบเสร็จกันหน้าเตาเลย

ความเป็นจริง : ข้อมูลจากผู้ผลิตยางรถยนต์ หากเก็บโดยไม่โดนความร้อนจัดเย็นจัด ไม่ถูกสารเคมี และจัดวางอย่างเหมาะสม จะสามารถเก็บ สต็อกได้นานถึงกว่า 5 ปีก็ยังมี โดยไม่เสื่อมสภาพ สามารถนำมาใช้งานได้

ส่วนที่ตั้งแง่ว่าเกิน 3-6 เดือนจะไม่ซื้อ สงสัยต้องตระเวนหากันเหนื่อย ถ้ามีคนเข้าใจผิดกันมากๆ สงสัยอีกหน่อยต้องเหนื่อยไปดักซื้อหน้าโรงงานกันเลย ผลิตมาเก็บไว้ หากขายไม่ดี เกิน 6 เดือนแล้วจะขายไม่ออก

ถ้าคิดว่าคำแนะนำนั้นเป็นเพราะกลัวขายยางรถยนต์เก่าเก็บไม่ได้ ก็ย้อนไปอ่านกรณีที่แนะนำอายุการใช้งานของยางรถยนต์ ก็ยาวนานเช่นเดียวกัน ในฐานะของผู้บริโภคลดลงมาเหลือ 3 ปีก็คงรับได้ จึงสรุปว่า ยางรถยนต์ที่ถูกเก็บไว้ไม่เกิน 3 ปี ยังสามารถซื้อมาใช้งานได้ตามปกติโดยไม่ต้องกังวลอะไร หรือถ้ายังกลัว ก็สักไม่เกิน 2 ปียังรับได้ แต่ถ้าวิตกจริต เก็บมาแถวๆ ไม่เกิน 1 ปี หรือเกินเล็กน้อย ก็คงสบายใจได้



ยางรถยนต์ดอกหมดลื่น

ความเข้าใจผิด : ยางรถยนต์ดอกหมดหรือยางรถยนต์หัวโล้น จะลื่น นึกไปถึงหัวคนว่าโล้นแล้วต้องลื่น ถ้าจะให้ถูกต้อง ต้องบอกว่าลื่นบนถนนเปียก แต่บนถนนแห้งจะเกาะถนนดีกว่าบางมีดอกลึก

ความเป็นจริง : ยางรถยนต์เกาะถนนได้โดยหน้าสัมผัสซึ่งทำหน้าที่เป็นเฟืองยางรถยนต์ขนาดจิ๋วถี่ๆ ผังลงไปบนพื้นถนน ยิ่งมีหน้าสัมผัสมากก็ยิ่งมีเฟืองมาก เกาะถนนได้ดี ส่วนร่องยางรถยนต์ที่มีนั้นเตรียมไว้ให้รีดน้ำออกจากหน้าสัมผัสของยางรถยนต์ หรือให้น้ำแทรกตัวเข้าไปอยู่ชั่วคราวได้

ร่องยางรถยนต์ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นทรงตัว U แต่เป็น กึ่งตัว V ปากร่องกว้างกว่า ยอดของแท่งดอกยางรถยนต์จึงแคบกว่า เมื่อยางรถยนต์สึกลงไปร่องตื้นหรือเกือบหมด หน้าสัมผัสยางรถยนต์จึงมีมากที่สุด เพราะฐานของแท่งดอกยางรถยนต์กว้างกว่าตอนที่ยังไม่สึกมาก หากเนื้อยางรถยนต์ยังไม่แข็งมาก ยางรถยนต์ที่ดอกเกือบหมดหรือหมด แต่ยัง ไม่ทะลุ จะเกาะถนนแห้งได้ดีกว่ายางรถยนต์มีดอกมีร่องลึก เพราะเรื่องพื้นที่ของหน้าสัมผัสที่แตกต่างกัน แต่จะลื่นกว่าเมื่อเจอถนนเปียก เพราะไม่มีร่องยางรถยนต์ช่วยรีดน้ำ หน้ายางรถยนต์จะมีชั้นฟิล์มของน้ำคั่นอยู่ จะสัมผัสถนนไม่เต็มที่

ดังนั้นถ้าจะบอกว่ายางรถยนต์หัวโล้นขับแล้วลื่น ต้องระบุด้วยว่าบนถนนแห้งหรือเปียก

รวมความเข้าใจผิดเรื่อง"ยางรถยนต์" โดยคุณวรพล สิงห์เขียวพงษ์ :
MGR ONLINE




ยูดีแม๊กซ์ UD-MAX ศูนย์จำหน่ายและบริการ ล้อแม๊กซ์ ยางรถยนต์ อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ครบครัน ที่นี่ที่เดียว
TEL. 042-241818, 042-241919 FAX. 042-241919 E-MAIL. UD-MAX@HOTMAIL.COM
112/4 ม.8 ถ.ทหาร ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 - 18.00 น.
WWW.UD-MAX.COM  COPYRIGHT@ 2009-2011 BY UD-MAX CO., LTD. All RIGHTS RESERVED.
บันทึกการเข้า
 
Mr somporn thunphutta
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 87



« #51 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2013, 10:28:07 AM »



ขอบคุณครับสำหรับความรู้ดีๆ
บันทึกการเข้า
rewatpp
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1



« #52 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2013, 10:20:24 AM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
yo man.u
ใบขับขี่ชั่วคราว
**

คะแนนถูกใจ 13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 380



« #53 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2013, 10:40:35 PM »

คุณวรพล(พี่บอย) ยังมีความรู้ สาระดีๆเกี่ยวกับรถยนต์อีกเยอะคับ ผมก็ฟังอยู่ประจำทื่ fm96.0 เวลา14.10-15.00น.ลองฟังกันนะคับ
บันทึกการเข้า
Saiyon
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 71



« #54 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2013, 11:08:00 PM »

เพิ่งเปลี่ยนยางมาครับ เดิมใช้ BF แต่อาทิตย์ที่แล้วไปเปลี่ยนที่ บี-ควิก ยางที่มีในสต๊อกเหลือแต่ปี 2011 เขาบอกว่าไม่ผลิตแล้ว เลยจำใจได้เปลี่ยนเป็น Dunlop เนื่องจากงบมีจำกัด  แต่ผลที่ได้คือ ความสูงของรถเตี้ยลงจนมองด้วยตาเปล่่าเห็นชัดเลย ทั้งที่ยางเบอร์เดียวกัน 265/70R16 แต่ก่อน สูงกว่าแชมป์ แต่พอเปลี่ยนแล้ว เตี้ยกว่าเกือบสองนิ้ว  ทุกวันนี้เวลาไปจอดใกล้ๆ แชมป์แล้ว ปวดใจครับ
บันทึกการเข้า
chan13
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10



« #55 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2013, 10:28:23 PM »

ละเอียดมาก กระจ่างเลย ขอบคุณครับ 
บันทึกการเข้า
pizzy
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12



« #56 เมื่อ: กันยายน 09, 2013, 10:47:53 PM »

ขอบคุณค๊า ระเอียดเเละมีประโยชน์มากๆเลย
บันทึกการเข้า
pridzx
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5



« #57 เมื่อ: กันยายน 19, 2013, 04:48:26 PM »

ขอบคุณมากครับ สำหรับความรู้ดีๆ
บันทึกการเข้า
aekza_29
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1



« #58 เมื่อ: กันยายน 24, 2013, 05:45:21 PM »

ขอบคุณมากได้ความรู้เยอะมากๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า
aum ak
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31



« #59 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2013, 11:56:52 AM »

ขอบคุณมาก   
บันทึกการเข้า
sun19
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1



« #60 เมื่อ: มกราคม 06, 2014, 04:01:16 PM »

สาระดีมากครับ กำลังหาข้อมูลยางพอดีเลย
บันทึกการเข้า
nichtoon
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 67


"เมียซ้อนฮอนด้าคลิ๊ก กิ๊กนั่งวีโก้ "


« #61 เมื่อ: มกราคม 12, 2014, 10:47:44 PM »



   เห็นด้วยอีกคนครับ รถผม3-4 ปี อู่บอกควรจะเปลี่ยนยางได้แล้ว

  พูดโน้มน้าวต่างๆนานา

      จนผมได้คุยกับผู้รู้ ว่ายางรถอายุ 3-4 ปี สภาพยังดีใช้ได้อีกนาน1-2ปี

 แล้วก็ได้มาอ่านบทความของคุณนี่หละ ขอบคุณที่เขียนให้อ่านครับมีประโยชน์มากครับ
บันทึกการเข้า
pradung
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16



« #62 เมื่อ: มกราคม 12, 2014, 11:25:41 PM »

เรื่องยาง มันอยู่ที่การ ใช้งานของเราด้วย ถ้าขับรถเร็ว ใช้ความเร็วสูง เกิน 60,000 km ก็เริ่มไม่ค่อยดีแล้ว มันแข็ง ไม่ค่อยเกาะถนน

แต่ถ้าขับ 90-100 km/h บางคนก็ใช้ถึง 80,000 km แล้วค่อยเปลี่ยนก็ได้ ขึ้นกับความสมบูรณ์ ของยางเราด้วย

บันทึกการเข้า
smart cab
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 55


VT4092


« #63 เมื่อ: มกราคม 29, 2014, 01:39:56 PM »

 
 
 
บันทึกการเข้า
mini@fin
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22



« #64 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2014, 09:41:19 AM »

ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูลดีๆ
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 [3]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal