vigothailand,

vigo

,

วีโก้

,

วีโก้แชมป์

,

vigo champ

, toyota vigo,

รถบ้าน

, รถแต่ง, วีโก้ไทยแลนด์, ตลาดรถ, รถมือสอง, toyota, โตโยต้าชัวร์,

vigo 2014

, one2car , รถกระบะมือสอง, โตโยต้า

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


   


ลงชื่อร่วมกิจกรรมกับวีโก้ไทยแลนด์

 
ค้นหาในเว็บวีโก้ไทยแลนด์รวดเร็วกว่าด้วยระบบของกูเกิ้ล หาอะไรในเว็บไม่เจอพิมพ์ในช่องว่าง แล้วกด ค้นหา ได้เลย!!!

หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชมรมพระเครื่องVigoThailand  (อ่าน 168953 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 8 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
oa_seaside
ใบขับขี่ตลอดชีพ
****

คะแนนถูกใจ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1408


Oa=VT2119&Chon045&เทวดา061&โคราช50"เดี่ยว!!!รู้จัก


« #25 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2010, 09:33:13 AM »




เหรียญหลวงพ่ออี๋ 2473 วัดสัตหีบ ชลบุรี วัดบ้านเกิดผมเองครับ
บันทึกการเข้า
Yai755
ใบขับขี่ชั่วคราว
**

คะแนนถูกใจ 4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 462


OFF LOAD & ON LOAD ใจถึงใจ


« #26 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2010, 09:02:11 PM »


เหรียญหลวงพ่ออี๋ 2473 วัดสัต.บ ชลบุรี วัดบ้านเกิดผมเองครับ
เดียวเอาพระบ้านเกิดมาโชว์เหนือนกัน หลวงปู่ผาง รุ่นแรกปี2512 ยังไม่ได้ถ่ายรูปเลย
บันทึกการเข้า
Yai755
ใบขับขี่ชั่วคราว
**

คะแนนถูกใจ 4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 462


OFF LOAD & ON LOAD ใจถึงใจ


« #27 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2010, 09:09:54 PM »


เหรียญหลวงพ่ออี๋ 2473 วัดสัต.บ ชลบุรี วัดบ้านเกิดผมเองครับ
เดียวเอาพระบ้านเกิดมาโชว์เหนือนกัน หลวงปู่ผาง รุ่นแรกปี2512 ยังไม่ได้ถ่ายรูปเลย
ยืมรูปเขามาลง
บันทึกการเข้า
KAEKO
ใบขับขี่ตลอดชีพ
****

คะแนนถูกใจ 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1030



« #28 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2010, 07:41:45 AM »

เอามาอวดบ้างดีกว่า 
บันทึกการเข้า
oa_seaside
ใบขับขี่ตลอดชีพ
****

คะแนนถูกใจ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1408


Oa=VT2119&Chon045&เทวดา061&โคราช50"เดี่ยว!!!รู้จัก


« #29 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2010, 03:24:56 PM »


เหรียญหลวงพ่ออี๋ 2473 วัดสัต.บ ชลบุรี วัดบ้านเกิดผมเองครับ
เดียวเอาพระบ้านเกิดมาโชว์เหนือนกัน หลวงปู่ผาง รุ่นแรกปี2512 ยังไม่ได้ถ่ายรูปเลย
บันทึกการเข้า
oa_seaside
ใบขับขี่ตลอดชีพ
****

คะแนนถูกใจ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1408


Oa=VT2119&Chon045&เทวดา061&โคราช50"เดี่ยว!!!รู้จัก


« #30 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2010, 03:27:03 PM »


เหรียญหลวงพ่ออี๋ 2473 วัดสัต.บ ชลบุรี วัดบ้านเกิดผมเองครับ
เดียวเอาพระบ้านเกิดมาโชว์เหนือนกัน หลวงปู่ผาง รุ่นแรกปี2512 ยังไม่ได้ถ่ายรูปเลย
ยืมรูปเขามาลง
ถ้าผมมีก็ดีซิ  ผมมีแค่ 2515 เหรียญเงินก็ถือว่าOK.แล้ว
บันทึกการเข้า
oa_seaside
ใบขับขี่ตลอดชีพ
****

คะแนนถูกใจ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1408


Oa=VT2119&Chon045&เทวดา061&โคราช50"เดี่ยว!!!รู้จัก


« #31 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2010, 03:34:32 PM »



พอใจไหมครับน้า
บันทึกการเข้า
Yai755
ใบขับขี่ชั่วคราว
**

คะแนนถูกใจ 4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 462


OFF LOAD & ON LOAD ใจถึงใจ


« #32 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2010, 09:20:19 PM »


พระสมเด็จวัดระฆังฯ รุ่นอนุสรณ์ 100 ปี สมเด็จพุฒาจารย์โต

- สร้างโดย : วัดระฆังโฆษิตาราม

- อายุการสร้าง : วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2515

- มวลสารสำคัญ : ผงเก่าสมเด็จวัดระฆังฯ. ผงเก่าสมเด็จวัดบางขุนพรหม, ผงเก่าสมเด็จวัดเกศไชโย, ผงสม

เด็จปิลันทร์ ฯลฯ พระสมเด็จรุ่นอนุสรณ์ 100 ปีนั้น ถือว่าเป็นพระสมเด็จยุคที่ 2 ของวัดระฆังฯ ได้เลยครับ ที่มี

อายุการสร้างเตรียมจัดเข้าทำเนียบพระเก่าได้เลย โดยมีพิธีการสร้างครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การ

สร้างพระของวัด ระฆังฯ ก็ว่าได้เพราะเป็นการจัดงานบำเพ็ญกุศลครบรอบ 100 ปี การมรณะภาพของสมเด็จ

พระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมื่อครั้งปี พ.ศ.2415 โดยมีในหลวงและพระราชินีเสด็จพระราชดำเนินมาทรง

เป็นองค์ประธานทั้งสองคราว

ครั้งที่1 เสด็จพระราชดำเนินมาเททองหล่อพระบูชาจำลององค์พระประธานและรูปหล่อรูปเหมือน เจ้าประคุณ

สมเด็จฯ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2514

ครั้งที่2 เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกและวางศิลาฤกษ์อาคารโรงเรียน พระ

ปริยัติธรรมเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2515

มีพระคณาจารย์ชื่อดังในยุดนั้นทั่วฟ้าเมืองไทย อาทิเช่น หลวงพ่อเนื่อง หลวงพ่อเต๋ หลวงปู่โต๊ะ หลวงพ่อแพ

หลวงปู่เทียม หลวงพ่อเส่ง หลวงพ่อมุม และพระคณาจารย์ชื่อดังอีกกว่าร้อยรูป ร่วมพิธีปลุกเสก การกดพิมพ์

พระนั้นทางวัดกำชับให้จัดทำขึ้นภายในวัดทุกขั้นตอน และเข้าพิธีในคราวเดียวกันทั้งหมด จึงไม่มีพระเสริมที่

ไม่ได้ผ่านพิธี พิมพ์พระเนื้อผงจัดทำขึ้นทั้งหมด 4 พิมพ์ ได้แก่

- พิมพ์สมเด็จพระประธานฐาน 3 ชั้น (พิมพ์ใหญ่)

- พิมพ์รูปเหมือน สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

- พิมพ์สมเด็จพระประธานฐาน 3 ชั้น

- พิมพ์รูปเหมือน สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ซึ่งพบเห็นได้น้อยมาก
บันทึกการเข้า
saralamon
ใบขับขี่ 5 ปี
***

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 596


หนุ่มเมืองชล คนลำปาง


« #33 เมื่อ: มกราคม 01, 2011, 06:44:58 PM »

ชอบๆๆๆ 
บันทึกการเข้า
oa_seaside
ใบขับขี่ตลอดชีพ
****

คะแนนถูกใจ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1408


Oa=VT2119&Chon045&เทวดา061&โคราช50"เดี่ยว!!!รู้จัก


« #34 เมื่อ: มกราคม 05, 2011, 01:19:20 PM »


พระสมเด็จวัดระฆังฯ รุ่นอนุสรณ์ 100 ปี สมเด็จพุฒาจารย์โต

- สร้างโดย : วัดระฆังโฆษิตาราม

- อายุการสร้าง : วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2515

- มวลสารสำคัญ : ผงเก่าสมเด็จวัดระฆังฯ. ผงเก่าสมเด็จวัดบางขุนพรหม, ผงเก่าสมเด็จวัดเกศไชโย, ผงสม

เด็จปิลันทร์ ฯลฯ พระสมเด็จรุ่นอนุสรณ์ 100 ปีนั้น ถือว่าเป็นพระสมเด็จยุคที่ 2 ของวัดระฆังฯ ได้เลยครับ ที่มี

อายุการสร้างเตรียมจัดเข้าทำเนียบพระเก่าได้เลย โดยมีพิธีการสร้างครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การ

สร้างพระของวัด ระฆังฯ ก็ว่าได้เพราะเป็นการจัดงานบำเพ็ญกุศลครบรอบ 100 ปี การมรณะภาพของสมเด็จ

พระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมื่อครั้งปี พ.ศ.2415 โดยมีในหลวงและพระราชินีเสด็จพระราชดำเนินมาทรง

เป็นองค์ประธานทั้งสองคราว

ครั้งที่1 เสด็จพระราชดำเนินมาเททองหล่อพระบูชาจำลององค์พระประธานและรูปหล่อรูปเหมือน เจ้าประคุณ

สมเด็จฯ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2514

ครั้งที่2 เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกและวางศิลาฤกษ์อาคารโรงเรียน พระ

ปริยัติธรรมเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2515

มีพระคณาจารย์ชื่อดังในยุดนั้นทั่วฟ้าเมืองไทย อาทิเช่น หลวงพ่อเนื่อง หลวงพ่อเต๋ หลวงปู่โต๊ะ หลวงพ่อแพ

หลวงปู่เทียม หลวงพ่อเส่ง หลวงพ่อมุม และพระคณาจารย์ชื่อดังอีกกว่าร้อยรูป ร่วมพิธีปลุกเสก การกดพิมพ์

พระนั้นทางวัดกำชับให้จัดทำขึ้นภายในวัดทุกขั้นตอน และเข้าพิธีในคราวเดียวกันทั้งหมด จึงไม่มีพระเสริมที่

ไม่ได้ผ่านพิธี พิมพ์พระเนื้อผงจัดทำขึ้นทั้งหมด 4 พิมพ์ ได้แก่

- พิมพ์สมเด็จพระประธานฐาน 3 ชั้น (พิมพ์ใหญ่)

- พิมพ์รูปเหมือน สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

- พิมพ์สมเด็จพระประธานฐาน 3 ชั้น

- พิมพ์รูปเหมือน สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ซึ่งพบเห็นได้น้อยมาก

ผมมีอยู่องค์หนึ่ง พร้อมกล่อง สนใจไหมล่ะครับ
บันทึกการเข้า
oa_seaside
ใบขับขี่ตลอดชีพ
****

คะแนนถูกใจ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1408


Oa=VT2119&Chon045&เทวดา061&โคราช50"เดี่ยว!!!รู้จัก


« #35 เมื่อ: มกราคม 07, 2011, 03:40:01 PM »




*** เสื้อยันต์ หลวงพ่ออี๋ (หายากที่สุด) พิเศษมีจารดินสอ...ลงยันต์มงกุฏพระพุทธเจ้า (ยันต์หมวกเหล็ก) // ในบรรดาเสื้อยันต์ยุคสงครามอินโดจีน จาด-จง-คง-อี๋ นั้น...(ของหลวงพ่ออี๋ หายากที่สุดครับ) มีลงในหนังสือเครื่องรางของคุณสมชาย บุญอาษา // "หลวงพ่ออี๋" ได้สร้างพระเครื่องรางต่างๆ ไว้มาก รวมทั้งปลัดขิกที่มีชื่อมาก (พอๆ กับหลวงพ่อเหลือ แปดริ้ว) ทั้งตะกรุด เสื้อยันต์ เหรียญ พระปิดตา "พระสาม" และ "พระสี่" (พรหมสี่หน้า) กล่าวกันว่าในระยะ พ.ศ. 2483-86 นั้น หลวงพ่ออี๋ก็มีของดีเกรียงไกรออกสู่สงครามอินโดจีนไปก็มาก ชื่อเสียงของท่านดังขนานไปกับหลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา และหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอกทีเดียว พระเครื่องรางของขลังของหลวงพ่ออี๋มีสร้างออกมามากแบบเอาใน พ.ศ. 2484 และตาม พ.ศ. นี้เอง "พระสาม" และ "พระสี่" หรือ พระพรหมสี่หน้า ก็ได้กำเนิดตามออกมาด้วย พระทั้ง 2 พิมพ์เป็นพระเนื้อเมฆพัด องค์หนึ่งทำเป็นพระ 3 หน้าพระทับนั่งบนฐานบัวกลีบ (3 หน้า 3 องค์) ส่วนพระสี่หรือพรหมสี่หน้าก็ทำเป็นพระประทับนั่งบนฐานเขียงเหมือนกันทั้ง 4 หน้า (4 หน้า 4 องค์) ด้านพุทธคุณมีทั้งแคล้วคลาด และคงกระพันชาตรี ***
บันทึกการเข้า
natcom
ใบขับขี่ตลอดชีพ
****

คะแนนถูกใจ 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1343


[★VT-PRERUNNER★]


« #36 เมื่อ: มกราคม 07, 2011, 11:27:54 PM »

น้องขออนุญาตนะครับ บูชาอยู่ครับ ขอเค้าดีจริงๆ
พระขุนแผน พิมพ์พลายคู่ กรุวัดบ้านกร่าง จ.สุพรรณบุรี





ขออนุญาตยืมรูปในเว็ปหน่อยนะครับผม
บันทึกการเข้า
KENSHIRO25
ใบขับขี่ตลอดชีพ
****

คะแนนถูกใจ 53
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2252


VT 1000 jumper's


« #37 เมื่อ: มกราคม 08, 2011, 08:16:37 AM »

น้องขออนุญาตนะครับ บูชาอยู่ครับ ขอเค้าดีจริงๆ
พระขุนแผน พิมพ์พลายคู่ กรุวัดบ้านกร่าง จ.สุพรรณบุรี


ขออนุญาตยืมรูปในเว็ปหน่อยนะครับผม

ดียังไงอ่ะ พี่นัท ......อธิบายให้น้องๆเข้าใจหน่อยดิ.....
 
บันทึกการเข้า
oa_seaside
ใบขับขี่ตลอดชีพ
****

คะแนนถูกใจ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1408


Oa=VT2119&Chon045&เทวดา061&โคราช50"เดี่ยว!!!รู้จัก


« #38 เมื่อ: มกราคม 08, 2011, 09:29:57 AM »

น้องขออนุญาตนะครับ บูชาอยู่ครับ ขอเค้าดีจริงๆ
พระขุนแผน พิมพ์พลายคู่ กรุวัดบ้านกร่าง จ.สุพรรณบุรี


ขออนุญาตยืมรูปในเว็ปหน่อยนะครับผม

ดียังไงอ่ะ พี่นัท ......อธิบายให้น้องๆเข้าใจหน่อยดิ.....
 
อ้าว....จัดไปเลยครับท่าน
บันทึกการเข้า
oa_seaside
ใบขับขี่ตลอดชีพ
****

คะแนนถูกใจ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1408


Oa=VT2119&Chon045&เทวดา061&โคราช50"เดี่ยว!!!รู้จัก


« #39 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 10:53:41 AM »

ประวัติหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ระยอง

          วัดละหารไร่นี้ก่อตั้งเมื่อประมาณปี พ.ศ.2354 โดยหลวงพ่อสังข์เฒ่า รองเจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่สมัยนั้น เห็นว่าพื้นที่ทางฝั่งคลองด้านตรงข้ามทางทิศเหนือของวัดละหารใหญ่มีทำเลดีเหมาะแก่การปลูกพืชผัก จึงได้หักล้างถางพงใช้เป็นพื้นที่ปลูกพืชผัก ขึ้นแรกได้สร้างที่พักร่มเงาไว้เมื่อถึงเวลาเข้าพรรณา ก็จำพรรษาที่วัดละหารใหญ่ ต่อมามีผู้คนไปทำไร่ในแถบใกล้ๆ ที่นั้นมากขึ้น เห็นว่ามีพระสงฆ์อยู่ เมื่อถึงวันพระก็จัดภัตตาหารไปถวายเป็นประจำ ต่อมาได้มีพระภิกษุไปอยู่เพิ่มมากขึ้น จึงได้ก่อสร้างกุฏิวิหาร พระสงฆ์ก็มาจำพรรษาที่นั่น ตั้งชื่อว่า "วัดไร่วารี" ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดละหารไร่" โดยมีหลวงพ่อสังข์เฒ่าเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก

         ในภายหลังทางวัดละหารไร่ได้มีพระภิกษุแก่อวุโสขึ้นหลวงพ่อสังข์เฒ่าจึ มอบให้ปกครองกันเอง ส่วนตัวท่านได้กลับมาเป็นเจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่ (ทราบว่าภายหลังได้รับการนิมนต์จากเจ้าเมืองระยองไปเป็นเจ้าอาวาสวัดเก๋ง จังหวัดระยอง) มอบหมายให้หลวงพ่อแดง เป็นเจ้าอาวาสแทน เต่มาได้มีเจ้าอาวาสอีกหลายรูปปกครองวัดละหารไร่ คือ หลวงพ่อเกิด หลวงพ่อสิงห์ หลวงพ่อจ๋วม ต่อมาหลวงพ่อจ๋วมได้ลาสิกขาบท ทำให้วัดละหารไร่ขาดพระภิกษุจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน ในขณะนั้นหลวงพ่อทิม อิสริโก (งามศรี) ได้เดินทางกลับจากจังหวัดชลบุรี พุทธศาสนิกชนบ้านละหารไร่จึงพร้อมใจกันนิมนต์เป็นเจ้าอาวาส เมื่อประมาณปีพ.ศ. 2450 หลวงพ่อทิมจึงได้สร้างอุโบสถขึ้นหลังหนึ่งทำด้วยไม้ ปัจจุบันได้เลื่อนย้ายมาห่างจากที่เดิมประมาณ 20 วา และบูรณะให้อยูในสภาพเดิม

ข้อมูลประวัติ

เกิด                         วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2422  ตรงกับเดือน 7 ปีเถาะ  เป็นบุตรของ นายแจ้ง  นางอินทร์  งามศรี

อุปสมบท               วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2449  ตรงกับขึ้น 7 ค่ำ เดือน 6 ปีมะแม ณ วัดละหารไร่

มรณภาพ               วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2518

รวมสิริอายุ            96 ปี 69 พรรษา             
 

หลวงปู่ทิม เกิดที่บ้านหัวทุ่งตาบุตร หมู่ที่ 2 ตำบลละหาร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง นามเดิมของท่านชื่อ ทิม นามสกุล งามศรี เกิดเมื่อปีเถาะ วันศุกร์ เดือน 7 ตรงกับวันที่ 16 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2422 เป็นบุตรของนายแจ้ นางอินทร์ งามศรี มีพี่น้อง 3 คน หลวงปู่ทิมเป็นคนที่ 2

เมื่อตอนเด็กๆ ท่านชอบออกเที่ยวล่าสัตว์ด้วยความคึกคะนองโดยนำมาเลี้ยงครอบครัวเรื่อยๆไป พออายุได้ 17 ปี บิดาของท่านได้นำตัวท่านไปฝากไว้กับท่านพ่อสิงห์ที่วัดเพื่อเล่าเรียนหนังสือกับท่าน และอาจารย์อื่นๆ เป็นเวลาประมาณ 1 ปี จนมีความสามารถเรียนรู้จนเข้าใจ อ่านออกเขียนได้ดีแล้ว บิดาของหลวงปู่ทิม จึงได้ไปกราบนมัสการท่านพ่อสิงห์ เพื่อขอลานำหลวงปู่ทิมกลับมาอยู่บ้านเช่นเดิม

หลวงปู่ทิมก็ได้ช่วยพ่อแม่ทำงานและหาเลี้ยงพ่อแม่ตามวิสัยลูกที่ดีมีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ด้วยดีตลอด จนกระทั่งอายุเข้า 19 ปี ท่านจึงถูกคัดเลือกเข้าเป็นทหารประจำการ ในสมัยนั้นได้เข้ามาประจำการ อยู่ในกรุงเทพฯถึง 4 ปีเศษ จึงได้รับการปลดประจำการ จากทหารกลับไปอยู่ที่บ้านเดิม เมื่อกลับมาอยู่บ้านแล้ว บิดาของท่าน จึงได้จัดการอุปสมบทให้ท่านเป็นพระภิกษุทันที

หลวงปู่ทิม อุปสมบทเมื่อวันที่ 7 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2449 ซึ่งตรงกับปีมะแม เดือน 6 วันเสาร์ ขึ้น 7 ค่ำ โดยมีพระครูขาว วัดทับ มาเป็นพระอุปัชฌาย์ และพระอาจารย์สิงห์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอาจารย์เกตุ เป็นพระกรรมวาจารย์ ณ พัทธสีมาวัดละหารไร่ ได้ฉายาทางสงฆ์ว่า อิสริโก

หลังจากท่านได้บวชเป็นพระภิกษุแล้ว ท่านก็ได้อยู่กับพระอาจารย์ที่วัดจนครบ 1 พรรษา แล้วท่านก็ได้ขออนุญาตพระอาจารย์ของท่าน กราบลาเพื่อออกธุดงด์ไปในหลายๆ จังหวัด เพื่อศึกษาหาความรู้เพิ่มขึ้นเป็นเวลา 3 ปีเต็ม ครั้นเมื่อถึงเทศกาลใกล้เข้าพรรษา ท่านก็กลับไปถึงจังหวัดชลบุรี และท่านก็ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดนามะตูม เป็นเวลาถึง 2 พรรษา

ท่านได้เที่ยวร่ำเรียนวิชากับเกจิอาจารย์ชื่อดังต่างๆ หลายอาจารย์ด้วยกัน ที่เป็นพระก็มี ฆราวาสก็มี ที่ท่านเล่าให้ฟังมี โยมรอด โยมเริ่ม และ โยมสาย ทั้ง 3 คนเป็นฆราวาสที่มีวิชาอาคมสูงเป็นที่นับถือของชาวบ้านแถบนั้นมาก จนกระทั่งท่านได้รับตำราตกทอดมาจากหลวงปู่สังข์เฒ่า เจ้าอาวาสวัดเก๋งจีนในสมัยนั้น

หลวงปู่สังข์เฒ่ารูปนี้มีศักดิ์เป็นปู่แท้ๆ ของท่าน และเป็นพระปรมาจารย์ผู้เรืองอาคมอย่างยิ่งในสมัยนั้น พร้อมกับเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งวัดละหารไร่ขึ้น ขนาดน้ำลายของท่านทีถ่มออกมาโดนพื้นตรงไหนแล้วพื้นจะแตกทันที เมื่อทางจังหวัดทราบถึงความเก่งกล้าทางวิชาอาคมของท่าน จึงได้นิมนต์ให้ท่านมาอยู่ทีวัดเก๋งจีนและได้สร้างพระเนื้อตะกั่ว วัดเก๋งจีน ขึ้นมาหลายพิมพ์ด้วยกัน ซึ่งก็มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง

หลวงปู่สังข์เฒ่า ท่านได้ทิ้งตำรับตำราที่ท่านได้เขียนขึ้นไว้ในสมัยของท่านให้กับวัดละหารไร่ และก็ได้ตกทอดมาเป็นของหลวงปู่ทิมซึงเป็นหลานของท่าน ใช้ศึกษาหาความรู้จากตำราของหลวงปู่สังข์เฒ่านี้

นอกจากนี้ หลวงปู่ทิม ยังได้เรียนทางวิปัสสนากัมมัฎฐานกับพระอาจารย์อื่นๆ อีกหลายรูปด้วยกันซึ่งต่อมาเมื่อท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดละหารไร่ ท่านก็เริ่มพัฒนาวัดโดยการก่อสร้างเสนาสนะบูรณะซ่อมแซมกุฏิ และอื่นๆ อีกมากมาย ญาติโยมทั้งหลายก็เริ่มมีความเลื่อมใสในตัวท่านมาก เพราะท่านเป็นพระทีสมณะสำรวมเคร่งในธรรมะและวินัยเป็นที่น่าเคารพมาก

ต่อมาท่านจึงได้ชักชวนพวกชาวบ้านและญาติโยมทั้งหลายให้ก่อสร้างพระอุโบสถขึ้น 1 หลัง ในเวลาปีเศษๆ ก็เสร็จ พร้อมกับผูกพัทธสีมาจนเป็นที่เรียบร้อยในเวลาเดียวกันหลังจากสร้างพระอุโบสถเสร็จ และต่อมาท่านจึงได้ก่อสร้างโรงเรียนประชาบาลขึ้นอีก 1 หลัง โดยที่ทางอำเภอและจังหวัดร่วมด้วย ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 8 เดือนเท่านั้นก็แล้วเสร็จเรียบร้อย เปิดให้นักเรียนเข้าเรียนได้ทันที

หลังจากนั้นท่านก็ได้ชักชวนชาวบ้านให้ช่วยกันพัฒนาก่อสร้างสะพานข้ามคลองอีกหลายแห่ง และก็ได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีทุกประการ โดยมีหลวงปู่เป็นผู้นำพร้อมกับชาวบ้านจึงทำให้ชาวบ้านและญาติโยมทั้งหลายมีความเคารพนับถือเลื่อมใสในตัวท่านมากยิ่งขึ้น จึงจัดได้ว่าหลวงปู่ทิมท่านเป็นพระนักพัฒนา ที่มีความสามารถเป็นอย่างสูง สมควรที่จะได้รับการเคารพบูชาเป็นอย่างยิ่ง

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2478 หลวงปู่ทิม จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูชั้นประทวน โดยได้รับการส่งหมายและตราตั้งมาไว้ที่ทางเจ้าคณะจังหวัด แต่หลวงปู่ก็ไม่ยอมรับและไม่ยอมบอกใครๆ ด้วยอญู่เป็นเวลานาน ทางจังหวัดจึงได้มอบให้ทางคณะอำเภอเอามามอบให้ท่านที่วัดละหารไร่เอง ท่านจึงได้รับเป็น พระครูทิม อิสริโก และได้รับเป็นพระคู่สวด

อยู่มาจนถึงปี พ.ศ. 2497 ทางคณะสงฆ์จึงได้แต่งตั้งพระครูทิม อิริโก เลื่อนขั้นให้เป็นพระครูสัญญาบัตร ท่านก็ไม่ยอมบอก ไม่อยากได้ ไม่ยินดียินร้ายกับใครอยู่เป็นเวลานาน ญาติโยมที่วัดไม่มีใครทราบเรื่อง จนทางเจ้าคณะอำเภอได้มีหนังสือส่งไปที่วัดจึงได้รับทราบกัน นายสาย แก้วสว่าง ไวยาวัจกรวัด จึงได้นำข่าวไปบอกแก่ชาวบ้านและกรรมการวัดละหารไร่ให้ทราบ พร้อมกับจัดขบวนแห่มารับที่วัดเจ้าคณะจังหวัดโดยได้อาราธนานิมนต์หลวงปู่ทิม มารับสัญญาบัตรพัดยศเป็น "พระครูภาวนาภิรัต" เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2507

เมื่อหลวงปู่ทิม ได้เลื่อนขั้นเป็น พระครูภาวนาภิรัตแล้ว บรรดาศิษยานุศิษย์และชาวบ้านก็นัดประชุมกันเพื่อจะจัดงานฉลองสมณศักดิ์ โดยนายสาย แก้วสว่าง เป็นผู้ขออนุญาตต่อหลวงปู่ว่า "หลวงปู่จงอนุญาตพวกเราเถิด อย่าปิดความประสงค์ของพวกญาติโยมเลย ได้โปรดให้พวกญาติโยมได้แสดงความยินดี และแสดงความกตัญญูกตเวทีตอบสนองซึ่งคุณงามความดีของหลวงปู่ด้วยเถิด" หลวงปู่ทิมท่านขัดไม่ได้จึงอนุญาต

นายสาย แก้วสว่าง ในฐานะไวยาวัจกรและศิษย์ใกล้ชิดจึงได้นัดประชุมกรรมการและชาวบ้าน ปรึกษากันว่าจะจัดฉลองสมณศักดิ์และเพื่อหารายได้สบทบทุนในการก่อสร้างกุฏิ และบูรณะซ่อมแซมสิ่งของที่ชำรุดในครั้งนี้ โดยจะขออนุญาตหลวงปู่ทิมเพื่อจัดทำเหรียญรูปเหมือนของท่าน เอาไว้แจกแก่พวกญาติโยมและศิษย์ทั้งหลาย เพื่อเป็นที่ระลึกในการร่วมกันทำบุญในงานวันฉลองสมณศักดิ์ของท่าน เพราะใครๆ ก็ย่อมทราบกันดีอยู่แล้วว่า หลวงปู่ทิมเป็นพระที่น่าเคารพบูชาอย่างยิ่ง ท่านเป็นพระที่ยึดมั่นในพระธรรมพระวินัยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นพระมักน้อยสมถะ ไม่ยินดียินร้ายในสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น ฉันอาหารเจเป็นประจำ ฉันมื้อเดียว ไม่เคยฉันเพลเลย แม้แต่น้ำชา หรือน้ำเปล่า ท่านก็ต้องฉันตามเวลา

เท่าที่สังเกตดูปรากฎว่า ท่านจะฉันเช้าประมาณ 7 โมงเช้า และฉันน้ำชาเวลา 4 โมงเย็น ถ้าเลยเวลาแล้วหลวงปู่จะไม่ยอมฉันเป็นเด็ดขาด แม้แต่น้ำชา ท่านฉันมื้อเดียวมาตลอด 50 ปีแล้ว โดยที่ไม่มีอาหารพวกเนื้อหมู เป็ด ไก่ หรืออาหารคาวทุกชนิดเลย แม้แต่น้ำปลาก็ไม่เคยฉัน

อาหารที่ท่านฉันก็เป็นพวกผัก ถั่ว หรือเส้นแกงร้อน น้ำพริกกับเกลือป่น เป็นประจำอยู่เป็นนิจตลอดมา เนื้อหนังมังสาและผิวพรรณของท่านก็คงเป็นปกติอยู่ตามเดิม พละกำลังของท่านก็แข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้คงจะเป็นเพราะอำนาจบารมีของท่านที่เคยได้สร้างสมมาในชาติปางก่อน จึงทำให้ท่านเป็นพระที่เคร่งครัดและบริสุทธิ์ในธรรมวินัย ดำรงชีวิตมาได้อย่างแข็งแรงและสมบูรณ์

หลวงปู่ทิม มีอายุได้ 96 ปี 72 พรรษา ยังแข็งแรงสมบูรณ์ เดินไปไหนมาไหนได้สะดวก ยังมองอะไรได้ชัดเจนดี ฟันก็ไม่เคยหักแม้แต่ซี่เดียว ถึงแม้ว่าอายุของท่านเกือบจะ 100 ปีแล้วก็ตาม

หลวงปู่ทิม ท่านได้มรณภาพเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2518 นับได้ว่าท่านเป็นพระอาวุโสและมีพรรษามากกว่าพระเกจิอาจารย์รูปใดๆ ทั้งหมดในจังหวัดระยองเลยทีเดียว

วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม

                วัตถุมงคลท่านได้สร้างไว้หลายรุ่น และหลายพิมพ์  แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ พระขุนแผนผงพรายกุมาร  มีทั้งพิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็ก  พระชุดชินบัญชร  ทั้งพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์  พระสงกัจจายน์  พระปิดตา  เหรียญเจริญพร  รวมไปถึงวัตถุมงคลรุ่น 8 รอบ มีอีกหลายพิมพ์ เป็นต้น
บันทึกการเข้า
oa_seaside
ใบขับขี่ตลอดชีพ
****

คะแนนถูกใจ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1408


Oa=VT2119&Chon045&เทวดา061&โคราช50"เดี่ยว!!!รู้จัก


« #40 เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 10:55:18 AM »

ประวัติหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ระยอง



          วัดละหารไร่นี้ก่อตั้งเมื่อประมาณปี พ.ศ.2354 โดยหลวงพ่อสังข์เฒ่า รองเจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่สมัยนั้น เห็นว่าพื้นที่ทางฝั่งคลองด้านตรงข้ามทางทิศเหนือของวัดละหารใหญ่มีทำเลดีเหมาะแก่การปลูกพืชผัก จึงได้หักล้างถางพงใช้เป็นพื้นที่ปลูกพืชผัก ขึ้นแรกได้สร้างที่พักร่มเงาไว้เมื่อถึงเวลาเข้าพรรณา ก็จำพรรษาที่วัดละหารใหญ่ ต่อมามีผู้คนไปทำไร่ในแถบใกล้ๆ ที่นั้นมากขึ้น เห็นว่ามีพระสงฆ์อยู่ เมื่อถึงวันพระก็จัดภัตตาหารไปถวายเป็นประจำ ต่อมาได้มีพระภิกษุไปอยู่เพิ่มมากขึ้น จึงได้ก่อสร้างกุฏิวิหาร พระสงฆ์ก็มาจำพรรษาที่นั่น ตั้งชื่อว่า "วัดไร่วารี" ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดละหารไร่" โดยมีหลวงพ่อสังข์เฒ่าเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก

         ในภายหลังทางวัดละหารไร่ได้มีพระภิกษุแก่อวุโสขึ้นหลวงพ่อสังข์เฒ่าจึ มอบให้ปกครองกันเอง ส่วนตัวท่านได้กลับมาเป็นเจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่ (ทราบว่าภายหลังได้รับการนิมนต์จากเจ้าเมืองระยองไปเป็นเจ้าอาวาสวัดเก๋ง จังหวัดระยอง) มอบหมายให้หลวงพ่อแดง เป็นเจ้าอาวาสแทน เต่มาได้มีเจ้าอาวาสอีกหลายรูปปกครองวัดละหารไร่ คือ หลวงพ่อเกิด หลวงพ่อสิงห์ หลวงพ่อจ๋วม ต่อมาหลวงพ่อจ๋วมได้ลาสิกขาบท ทำให้วัดละหารไร่ขาดพระภิกษุจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน ในขณะนั้นหลวงพ่อทิม อิสริโก (งามศรี) ได้เดินทางกลับจากจังหวัดชลบุรี พุทธศาสนิกชนบ้านละหารไร่จึงพร้อมใจกันนิมนต์เป็นเจ้าอาวาส เมื่อประมาณปีพ.ศ. 2450 หลวงพ่อทิมจึงได้สร้างอุโบสถขึ้นหลังหนึ่งทำด้วยไม้ ปัจจุบันได้เลื่อนย้ายมาห่างจากที่เดิมประมาณ 20 วา และบูรณะให้อยูในสภาพเดิม

ข้อมูลประวัติ

เกิด                         วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2422  ตรงกับเดือน 7 ปีเถาะ  เป็นบุตรของ นายแจ้ง  นางอินทร์  งามศรี

อุปสมบท               วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2449  ตรงกับขึ้น 7 ค่ำ เดือน 6 ปีมะแม ณ วัดละหารไร่

มรณภาพ               วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2518

รวมสิริอายุ            96 ปี 69 พรรษา             
 

หลวงปู่ทิม เกิดที่บ้านหัวทุ่งตาบุตร หมู่ที่ 2 ตำบลละหาร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง นามเดิมของท่านชื่อ ทิม นามสกุล งามศรี เกิดเมื่อปีเถาะ วันศุกร์ เดือน 7 ตรงกับวันที่ 16 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2422 เป็นบุตรของนายแจ้ นางอินทร์ งามศรี มีพี่น้อง 3 คน หลวงปู่ทิมเป็นคนที่ 2

เมื่อตอนเด็กๆ ท่านชอบออกเที่ยวล่าสัตว์ด้วยความคึกคะนองโดยนำมาเลี้ยงครอบครัวเรื่อยๆไป พออายุได้ 17 ปี บิดาของท่านได้นำตัวท่านไปฝากไว้กับท่านพ่อสิงห์ที่วัดเพื่อเล่าเรียนหนังสือกับท่าน และอาจารย์อื่นๆ เป็นเวลาประมาณ 1 ปี จนมีความสามารถเรียนรู้จนเข้าใจ อ่านออกเขียนได้ดีแล้ว บิดาของหลวงปู่ทิม จึงได้ไปกราบนมัสการท่านพ่อสิงห์ เพื่อขอลานำหลวงปู่ทิมกลับมาอยู่บ้านเช่นเดิม

หลวงปู่ทิมก็ได้ช่วยพ่อแม่ทำงานและหาเลี้ยงพ่อแม่ตามวิสัยลูกที่ดีมีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ด้วยดีตลอด จนกระทั่งอายุเข้า 19 ปี ท่านจึงถูกคัดเลือกเข้าเป็นทหารประจำการ ในสมัยนั้นได้เข้ามาประจำการ อยู่ในกรุงเทพฯถึง 4 ปีเศษ จึงได้รับการปลดประจำการ จากทหารกลับไปอยู่ที่บ้านเดิม เมื่อกลับมาอยู่บ้านแล้ว บิดาของท่าน จึงได้จัดการอุปสมบทให้ท่านเป็นพระภิกษุทันที

หลวงปู่ทิม อุปสมบทเมื่อวันที่ 7 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2449 ซึ่งตรงกับปีมะแม เดือน 6 วันเสาร์ ขึ้น 7 ค่ำ โดยมีพระครูขาว วัดทับ มาเป็นพระอุปัชฌาย์ และพระอาจารย์สิงห์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอาจารย์เกตุ เป็นพระกรรมวาจารย์ ณ พัทธสีมาวัดละหารไร่ ได้ฉายาทางสงฆ์ว่า อิสริโก

หลังจากท่านได้บวชเป็นพระภิกษุแล้ว ท่านก็ได้อยู่กับพระอาจารย์ที่วัดจนครบ 1 พรรษา แล้วท่านก็ได้ขออนุญาตพระอาจารย์ของท่าน กราบลาเพื่อออกธุดงด์ไปในหลายๆ จังหวัด เพื่อศึกษาหาความรู้เพิ่มขึ้นเป็นเวลา 3 ปีเต็ม ครั้นเมื่อถึงเทศกาลใกล้เข้าพรรษา ท่านก็กลับไปถึงจังหวัดชลบุรี และท่านก็ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดนามะตูม เป็นเวลาถึง 2 พรรษา

ท่านได้เที่ยวร่ำเรียนวิชากับเกจิอาจารย์ชื่อดังต่างๆ หลายอาจารย์ด้วยกัน ที่เป็นพระก็มี ฆราวาสก็มี ที่ท่านเล่าให้ฟังมี โยมรอด โยมเริ่ม และ โยมสาย ทั้ง 3 คนเป็นฆราวาสที่มีวิชาอาคมสูงเป็นที่นับถือของชาวบ้านแถบนั้นมาก จนกระทั่งท่านได้รับตำราตกทอดมาจากหลวงปู่สังข์เฒ่า เจ้าอาวาสวัดเก๋งจีนในสมัยนั้น

หลวงปู่สังข์เฒ่ารูปนี้มีศักดิ์เป็นปู่แท้ๆ ของท่าน และเป็นพระปรมาจารย์ผู้เรืองอาคมอย่างยิ่งในสมัยนั้น พร้อมกับเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งวัดละหารไร่ขึ้น ขนาดน้ำลายของท่านทีถ่มออกมาโดนพื้นตรงไหนแล้วพื้นจะแตกทันที เมื่อทางจังหวัดทราบถึงความเก่งกล้าทางวิชาอาคมของท่าน จึงได้นิมนต์ให้ท่านมาอยู่ทีวัดเก๋งจีนและได้สร้างพระเนื้อตะกั่ว วัดเก๋งจีน ขึ้นมาหลายพิมพ์ด้วยกัน ซึ่งก็มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง

หลวงปู่สังข์เฒ่า ท่านได้ทิ้งตำรับตำราที่ท่านได้เขียนขึ้นไว้ในสมัยของท่านให้กับวัดละหารไร่ และก็ได้ตกทอดมาเป็นของหลวงปู่ทิมซึงเป็นหลานของท่าน ใช้ศึกษาหาความรู้จากตำราของหลวงปู่สังข์เฒ่านี้

นอกจากนี้ หลวงปู่ทิม ยังได้เรียนทางวิปัสสนากัมมัฎฐานกับพระอาจารย์อื่นๆ อีกหลายรูปด้วยกันซึ่งต่อมาเมื่อท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดละหารไร่ ท่านก็เริ่มพัฒนาวัดโดยการก่อสร้างเสนาสนะบูรณะซ่อมแซมกุฏิ และอื่นๆ อีกมากมาย ญาติโยมทั้งหลายก็เริ่มมีความเลื่อมใสในตัวท่านมาก เพราะท่านเป็นพระทีสมณะสำรวมเคร่งในธรรมะและวินัยเป็นที่น่าเคารพมาก

ต่อมาท่านจึงได้ชักชวนพวกชาวบ้านและญาติโยมทั้งหลายให้ก่อสร้างพระอุโบสถขึ้น 1 หลัง ในเวลาปีเศษๆ ก็เสร็จ พร้อมกับผูกพัทธสีมาจนเป็นที่เรียบร้อยในเวลาเดียวกันหลังจากสร้างพระอุโบสถเสร็จ และต่อมาท่านจึงได้ก่อสร้างโรงเรียนประชาบาลขึ้นอีก 1 หลัง โดยที่ทางอำเภอและจังหวัดร่วมด้วย ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 8 เดือนเท่านั้นก็แล้วเสร็จเรียบร้อย เปิดให้นักเรียนเข้าเรียนได้ทันที

หลังจากนั้นท่านก็ได้ชักชวนชาวบ้านให้ช่วยกันพัฒนาก่อสร้างสะพานข้ามคลองอีกหลายแห่ง และก็ได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีทุกประการ โดยมีหลวงปู่เป็นผู้นำพร้อมกับชาวบ้านจึงทำให้ชาวบ้านและญาติโยมทั้งหลายมีความเคารพนับถือเลื่อมใสในตัวท่านมากยิ่งขึ้น จึงจัดได้ว่าหลวงปู่ทิมท่านเป็นพระนักพัฒนา ที่มีความสามารถเป็นอย่างสูง สมควรที่จะได้รับการเคารพบูชาเป็นอย่างยิ่ง

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2478 หลวงปู่ทิม จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูชั้นประทวน โดยได้รับการส่งหมายและตราตั้งมาไว้ที่ทางเจ้าคณะจังหวัด แต่หลวงปู่ก็ไม่ยอมรับและไม่ยอมบอกใครๆ ด้วยอญู่เป็นเวลานาน ทางจังหวัดจึงได้มอบให้ทางคณะอำเภอเอามามอบให้ท่านที่วัดละหารไร่เอง ท่านจึงได้รับเป็น พระครูทิม อิสริโก และได้รับเป็นพระคู่สวด

อยู่มาจนถึงปี พ.ศ. 2497 ทางคณะสงฆ์จึงได้แต่งตั้งพระครูทิม อิริโก เลื่อนขั้นให้เป็นพระครูสัญญาบัตร ท่านก็ไม่ยอมบอก ไม่อยากได้ ไม่ยินดียินร้ายกับใครอยู่เป็นเวลานาน ญาติโยมที่วัดไม่มีใครทราบเรื่อง จนทางเจ้าคณะอำเภอได้มีหนังสือส่งไปที่วัดจึงได้รับทราบกัน นายสาย แก้วสว่าง ไวยาวัจกรวัด จึงได้นำข่าวไปบอกแก่ชาวบ้านและกรรมการวัดละหารไร่ให้ทราบ พร้อมกับจัดขบวนแห่มารับที่วัดเจ้าคณะจังหวัดโดยได้อาราธนานิมนต์หลวงปู่ทิม มารับสัญญาบัตรพัดยศเป็น "พระครูภาวนาภิรัต" เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2507

เมื่อหลวงปู่ทิม ได้เลื่อนขั้นเป็น พระครูภาวนาภิรัตแล้ว บรรดาศิษยานุศิษย์และชาวบ้านก็นัดประชุมกันเพื่อจะจัดงานฉลองสมณศักดิ์ โดยนายสาย แก้วสว่าง เป็นผู้ขออนุญาตต่อหลวงปู่ว่า "หลวงปู่จงอนุญาตพวกเราเถิด อย่าปิดความประสงค์ของพวกญาติโยมเลย ได้โปรดให้พวกญาติโยมได้แสดงความยินดี และแสดงความกตัญญูกตเวทีตอบสนองซึ่งคุณงามความดีของหลวงปู่ด้วยเถิด" หลวงปู่ทิมท่านขัดไม่ได้จึงอนุญาต

นายสาย แก้วสว่าง ในฐานะไวยาวัจกรและศิษย์ใกล้ชิดจึงได้นัดประชุมกรรมการและชาวบ้าน ปรึกษากันว่าจะจัดฉลองสมณศักดิ์และเพื่อหารายได้สบทบทุนในการก่อสร้างกุฏิ และบูรณะซ่อมแซมสิ่งของที่ชำรุดในครั้งนี้ โดยจะขออนุญาตหลวงปู่ทิมเพื่อจัดทำเหรียญรูปเหมือนของท่าน เอาไว้แจกแก่พวกญาติโยมและศิษย์ทั้งหลาย เพื่อเป็นที่ระลึกในการร่วมกันทำบุญในงานวันฉลองสมณศักดิ์ของท่าน เพราะใครๆ ก็ย่อมทราบกันดีอยู่แล้วว่า หลวงปู่ทิมเป็นพระที่น่าเคารพบูชาอย่างยิ่ง ท่านเป็นพระที่ยึดมั่นในพระธรรมพระวินัยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นพระมักน้อยสมถะ ไม่ยินดียินร้ายในสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น ฉันอาหารเจเป็นประจำ ฉันมื้อเดียว ไม่เคยฉันเพลเลย แม้แต่น้ำชา หรือน้ำเปล่า ท่านก็ต้องฉันตามเวลา

เท่าที่สังเกตดูปรากฎว่า ท่านจะฉันเช้าประมาณ 7 โมงเช้า และฉันน้ำชาเวลา 4 โมงเย็น ถ้าเลยเวลาแล้วหลวงปู่จะไม่ยอมฉันเป็นเด็ดขาด แม้แต่น้ำชา ท่านฉันมื้อเดียวมาตลอด 50 ปีแล้ว โดยที่ไม่มีอาหารพวกเนื้อหมู เป็ด ไก่ หรืออาหารคาวทุกชนิดเลย แม้แต่น้ำปลาก็ไม่เคยฉัน

อาหารที่ท่านฉันก็เป็นพวกผัก ถั่ว หรือเส้นแกงร้อน น้ำพริกกับเกลือป่น เป็นประจำอยู่เป็นนิจตลอดมา เนื้อหนังมังสาและผิวพรรณของท่านก็คงเป็นปกติอยู่ตามเดิม พละกำลังของท่านก็แข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้คงจะเป็นเพราะอำนาจบารมีของท่านที่เคยได้สร้างสมมาในชาติปางก่อน จึงทำให้ท่านเป็นพระที่เคร่งครัดและบริสุทธิ์ในธรรมวินัย ดำรงชีวิตมาได้อย่างแข็งแรงและสมบูรณ์

หลวงปู่ทิม มีอายุได้ 96 ปี 72 พรรษา ยังแข็งแรงสมบูรณ์ เดินไปไหนมาไหนได้สะดวก ยังมองอะไรได้ชัดเจนดี ฟันก็ไม่เคยหักแม้แต่ซี่เดียว ถึงแม้ว่าอายุของท่านเกือบจะ 100 ปีแล้วก็ตาม

หลวงปู่ทิม ท่านได้มรณภาพเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2518 นับได้ว่าท่านเป็นพระอาวุโสและมีพรรษามากกว่าพระเกจิอาจารย์รูปใดๆ ทั้งหมดในจังหวัดระยองเลยทีเดียว

วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม

                วัตถุมงคลท่านได้สร้างไว้หลายรุ่น และหลายพิมพ์  แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ พระขุนแผนผงพรายกุมาร  มีทั้งพิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็ก  พระชุดชินบัญชร  ทั้งพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์  พระสงกัจจายน์  พระปิดตา  เหรียญเจริญพร  รวมไปถึงวัตถุมงคลรุ่น 8 รอบ มีอีกหลายพิมพ์ เป็นต้น
บันทึกการเข้า
SUTHAT
ใบขับขี่ชั่วคราว
**

คะแนนถูกใจ 15
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 399


VT 1459 "เจ้าตัวเล็ก"


« #41 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 07:41:45 AM »

เรียน  สมาชิกทุกท่าน
        ท่านใดครอบครอง หลวงพ่อเงิน อยู่บ้างครับ...อยากขอชมบ้าง
บันทึกการเข้า
oa_seaside
ใบขับขี่ตลอดชีพ
****

คะแนนถูกใจ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1408


Oa=VT2119&Chon045&เทวดา061&โคราช50"เดี่ยว!!!รู้จัก


« #42 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 08:11:26 AM »

เรียน  สมาชิกทุกท่าน
        ท่านใดครอบครอง หลวงพ่อเงิน อยู่บ้างครับ...อยากขอชมบ้าง
น้าต้องการชมรุ่นใดครับ
1.พิมพ์ขี้ตา และพิมพ์นิยม
2.เหรียญหล่อหรือเหรียญจอบมีทั้งพิมพ์จอบใหญ่และพิมพ์จอบเล็ก         
บันทึกการเข้า
SUTHAT
ใบขับขี่ชั่วคราว
**

คะแนนถูกใจ 15
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 399


VT 1459 "เจ้าตัวเล็ก"


« #43 เมื่อ: มกราคม 20, 2011, 01:00:38 PM »

เรียน  สมาชิกทุกท่าน
        ท่านใดครอบครอง หลวงพ่อเงิน อยู่บ้างครับ...อยากขอชมบ้าง
น้าต้องการชมรุ่นใดครับ
1.พิมพ์ขี้ตา และพิมพ์นิยม
2.เหรียญหล่อหรือเหรียญจอบมีทั้งพิมพ์จอบใหญ่และพิมพ์จอบเล็ก         


1.รุ่นพิมพ์ขี้ตา
2.ฟ้าคำรน
3.๑๕
บันทึกการเข้า
oa_seaside
ใบขับขี่ตลอดชีพ
****

คะแนนถูกใจ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1408


Oa=VT2119&Chon045&เทวดา061&โคราช50"เดี่ยว!!!รู้จัก


« #44 เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 11:37:14 AM »

เรียน  สมาชิกทุกท่าน
        ท่านใดครอบครอง หลวงพ่อเงิน อยู่บ้างครับ...อยากขอชมบ้าง
น้าต้องการชมรุ่นใดครับ
1.พิมพ์ขี้ตา และพิมพ์นิยม
2.เหรียญหล่อหรือเหรียญจอบมีทั้งพิมพ์จอบใหญ่และพิมพ์จอบเล็ก         


1.รุ่นพิมพ์ขี้ตา
2.ฟ้าคำรน
3.๑๕

น้าท่านใด มีก็ให้เชยชมกันหน่อยนะครับ
บันทึกการเข้า
roumkhet
มือใหม่หัดขับ
*

คะแนนถูกใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 36


PEA


« #45 เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 06:49:35 PM »

อลังการงานสร้างจริงๆครับพี่น้อง  ยิ่งเก่ายิ่งมีคุณค่าทางจิตใจ
บันทึกการเข้า
t.anukoon
ใบขับขี่ตลอดชีพ
****

คะแนนถูกใจ 19
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1415


อยุธยา VT2389 ป่าสัก 066 นวนคร 02


« #46 เมื่อ: มกราคม 22, 2011, 08:02:19 AM »

  ชอบเหมือนกันครับแต่ ไม่มีเวลา และงบประมาณ แต่ข้อมูลดีมากครับ  หนับหนุน
บันทึกการเข้า
oa_seaside
ใบขับขี่ตลอดชีพ
****

คะแนนถูกใจ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1408


Oa=VT2119&Chon045&เทวดา061&โคราช50"เดี่ยว!!!รู้จัก


« #47 เมื่อ: มกราคม 22, 2011, 11:07:39 AM »

อลังการงานสร้างจริงๆครับพี่น้อง  ยิ่งเก่ายิ่งมีคุณค่าทางจิตใจ
ผมว่ายิ่งเก่ายิ่งมีคุณค่าทาง(ราคา)จิตใจ(คงรองลงมา)
บันทึกการเข้า
Yai755
ใบขับขี่ชั่วคราว
**

คะแนนถูกใจ 4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 462


OFF LOAD & ON LOAD ใจถึงใจ


« #48 เมื่อ: มกราคม 22, 2011, 07:31:30 PM »


พระสมเด็จวัดระฆังฯ รุ่นอนุสรณ์ 100 ปี สมเด็จพุฒาจารย์โต

- สร้างโดย : วัดระฆังโฆษิตาราม

- อายุการสร้าง : วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2515

- มวลสารสำคัญ : ผงเก่าสมเด็จวัดระฆังฯ. ผงเก่าสมเด็จวัดบางขุนพรหม, ผงเก่าสมเด็จวัดเกศไชโย, ผงสม

เด็จปิลันทร์ ฯลฯ พระสมเด็จรุ่นอนุสรณ์ 100 ปีนั้น ถือว่าเป็นพระสมเด็จยุคที่ 2 ของวัดระฆังฯ ได้เลยครับ ที่มี

อายุการสร้างเตรียมจัดเข้าทำเนียบพระเก่าได้เลย โดยมีพิธีการสร้างครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การ

สร้างพระของวัด ระฆังฯ ก็ว่าได้เพราะเป็นการจัดงานบำเพ็ญกุศลครบรอบ 100 ปี การมรณะภาพของสมเด็จ

พระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมื่อครั้งปี พ.ศ.2415 โดยมีในหลวงและพระราชินีเสด็จพระราชดำเนินมาทรง

เป็นองค์ประธานทั้งสองคราว

ครั้งที่1 เสด็จพระราชดำเนินมาเททองหล่อพระบูชาจำลององค์พระประธานและรูปหล่อรูปเหมือน เจ้าประคุณ

สมเด็จฯ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2514

ครั้งที่2 เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกและวางศิลาฤกษ์อาคารโรงเรียน พระ

ปริยัติธรรมเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2515

มีพระคณาจารย์ชื่อดังในยุดนั้นทั่วฟ้าเมืองไทย อาทิเช่น หลวงพ่อเนื่อง หลวงพ่อเต๋ หลวงปู่โต๊ะ หลวงพ่อแพ

หลวงปู่เทียม หลวงพ่อเส่ง หลวงพ่อมุม และพระคณาจารย์ชื่อดังอีกกว่าร้อยรูป ร่วมพิธีปลุกเสก การกดพิมพ์

พระนั้นทางวัดกำชับให้จัดทำขึ้นภายในวัดทุกขั้นตอน และเข้าพิธีในคราวเดียวกันทั้งหมด จึงไม่มีพระเสริมที่

ไม่ได้ผ่านพิธี พิมพ์พระเนื้อผงจัดทำขึ้นทั้งหมด 4 พิมพ์ ได้แก่

- พิมพ์สมเด็จพระประธานฐาน 3 ชั้น (พิมพ์ใหญ่)

- พิมพ์รูปเหมือน สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

- พิมพ์สมเด็จพระประธานฐาน 3 ชั้น

- พิมพ์รูปเหมือน สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ซึ่งพบเห็นได้น้อยมาก

ผมมีอยู่องค์หนึ่ง พร้อมกล่อง สนใจไหมล่ะครับ
500 ไหมครับจะขับรถไปเอาที่บ้านเลย
บันทึกการเข้า
oa_seaside
ใบขับขี่ตลอดชีพ
****

คะแนนถูกใจ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1408


Oa=VT2119&Chon045&เทวดา061&โคราช50"เดี่ยว!!!รู้จัก


« #49 เมื่อ: มกราคม 24, 2011, 09:34:05 AM »


พระสมเด็จวัดระฆังฯ รุ่นอนุสรณ์ 100 ปี สมเด็จพุฒาจารย์โต

- สร้างโดย : วัดระฆังโฆษิตาราม

- อายุการสร้าง : วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2515

- มวลสารสำคัญ : ผงเก่าสมเด็จวัดระฆังฯ. ผงเก่าสมเด็จวัดบางขุนพรหม, ผงเก่าสมเด็จวัดเกศไชโย, ผงสม

เด็จปิลันทร์ ฯลฯ พระสมเด็จรุ่นอนุสรณ์ 100 ปีนั้น ถือว่าเป็นพระสมเด็จยุคที่ 2 ของวัดระฆังฯ ได้เลยครับ ที่มี

อายุการสร้างเตรียมจัดเข้าทำเนียบพระเก่าได้เลย โดยมีพิธีการสร้างครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การ

สร้างพระของวัด ระฆังฯ ก็ว่าได้เพราะเป็นการจัดงานบำเพ็ญกุศลครบรอบ 100 ปี การมรณะภาพของสมเด็จ

พระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมื่อครั้งปี พ.ศ.2415 โดยมีในหลวงและพระราชินีเสด็จพระราชดำเนินมาทรง

เป็นองค์ประธานทั้งสองคราว

ครั้งที่1 เสด็จพระราชดำเนินมาเททองหล่อพระบูชาจำลององค์พระประธานและรูปหล่อรูปเหมือน เจ้าประคุณ

สมเด็จฯ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2514

ครั้งที่2 เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกและวางศิลาฤกษ์อาคารโรงเรียน พระ

ปริยัติธรรมเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2515

มีพระคณาจารย์ชื่อดังในยุดนั้นทั่วฟ้าเมืองไทย อาทิเช่น หลวงพ่อเนื่อง หลวงพ่อเต๋ หลวงปู่โต๊ะ หลวงพ่อแพ

หลวงปู่เทียม หลวงพ่อเส่ง หลวงพ่อมุม และพระคณาจารย์ชื่อดังอีกกว่าร้อยรูป ร่วมพิธีปลุกเสก การกดพิมพ์

พระนั้นทางวัดกำชับให้จัดทำขึ้นภายในวัดทุกขั้นตอน และเข้าพิธีในคราวเดียวกันทั้งหมด จึงไม่มีพระเสริมที่

ไม่ได้ผ่านพิธี พิมพ์พระเนื้อผงจัดทำขึ้นทั้งหมด 4 พิมพ์ ได้แก่

- พิมพ์สมเด็จพระประธานฐาน 3 ชั้น (พิมพ์ใหญ่)

- พิมพ์รูปเหมือน สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

- พิมพ์สมเด็จพระประธานฐาน 3 ชั้น

- พิมพ์รูปเหมือน สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ซึ่งพบเห็นได้น้อยมาก

ผมมีอยู่องค์หนึ่ง พร้อมกล่อง สนใจไหมล่ะครับ
500 ไหมครับจะขับรถไปเอาที่บ้านเลย
พูดจริงหรือล้อเล่นเนี่ย....5555
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal